หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | สุขภาพ
สุขภาพ ข่าว

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2556 12:18 น.
       โดย...สิรวุฒิ รวีไชยวัฒน์
       
       หลังจากออกมาประท้วงกันอยู่นาน สำหรับกลุ่มแพทย์ชนบทที่ตอนแรกก็คัดค้านการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน (P4P : Pay for Performance) กันแบบหัวชนฝา ให้ตายอย่างไรก็ไม่ทำ เพราะมีการลดค่าตอบแทนแบบเหมาจ่ายลง นอกจากรายได้หดหายแล้ว ยังต้องมาบันทึกการทำงานอีกว่า วันๆ หนึ่งทำงานอะไรบ้าง เพื่อที่จะวัดและประเมินผลงาน หรือที่เรียกกันสวยหรูว่า KPI ซึ่งเป็นแนวทางที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องการให้มี จนถึงขั้นประณามว่าเป็นการล่าแต้มต่างๆ มากมาย
       
       มาวันนี้เรื่อง P4P ก็ทำท่าว่าจะจบลงด้วยดี เพราะตั้งแต่นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงมาเป็นตัวกลางในการหารือระหว่างฝ่ายแพทย์ชนบทและ สธ.ก็ได้ข้อสรุปให้มีการจัดตั้งคณะทำงานจัดทำข้อเสนอการดำเนินการจ่ายค่าตอบแทนของกระทรวงสาธารณสุขขึ้น ซึ่งมี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เป็นประธาน
       
       โดยคณะทำงานชุดนี้ได้ตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมา 3 ชุด คือ 1.คณะทำงานย่อยชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิธีการจ่ายค่าตอบแทน P4P โดยมี พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นประธาน ซึ่งล่าสุดมีการพิจารณาแล้วว่าตัวเลขการเยียวยาที่ชัดเจนสำหรับโรงพยาบาลชุมชนอยู่ที่ 200-500 ล้านบาท สามารถดำเนินมาตรการเยียวยาได้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยหลักเกณฑ์ในการเยียวยาคือให้นำค่าตอบแทนเดิมตามฉบับ 4 และ 6 เป็นตัวตั้ง แล้วลบด้วยค่าตอบแทนฉบับ 8 หากได้รับค่าตอบแทนน้อยลงก็ให้ชดเชยตามส่วนต่างดังกล่าว โดยจะชดเชยย้อนหลังตั้งแต่ 1 เม.ย. 2556 ซึ่งเริ่มประกาศใช้หลักเกณฑ์จ่ายค่าตอบแทนฉบับ 8 เป็นวันแรก
       
       2.คณะทำงานย่อยกำหนดตัวชี้วัดและประเมินผล (KPI) ที่เหมาะสมกับโรงพยาบาลชุมชน มี นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบทเป็นประธาน เนื่องจาก P4P จะต้องมีการเดินหน้าต่ออย่างเป็นระบบพร้อมกันตั้งแต่ ต.ค.2556 กลุ่มโรงพยาบาลชุมชนจึงต้องเตรียมทำระบบประเมินผลให้เหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจะต้องวัดผลเป็นรายโรงพยาบาลมากกว่ารายบุคคลที่วัดได้ยาก เพราะขอบข่ายงานโรงพยาบาลชุมชนจะเน้นในเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคให้คนในชุมชนมากกว่าการรักษาพยาบาล และ 3.คณะทำงานย่อยกลุ่มผู้ปฏิบัติงานอื่นที่อาจจะมีบางจุดต้องปรับ มี นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา รองปลัด สธ.เป็นประธาน

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท (ซ้าย) ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาลคนที่ 2 (ขวา)
       แต่เรื่องที่เป็นประเด็นร้อนขึ้นมา ก็คือ ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนฉบับใหม่ หรือฉบับ 10 ขึ้นมา ซึ่งอิงเนื้อหาฉบับ 4 และ 6 รวมถึงมีการปรับพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง 211 แห่ง เช่น โรงพยาบาลชุมชนบางแห่งมีการปรับพื้นที่ใหม่ให้เจริญขึ้น จากเดิมค่าตอบแทนแพทย์ที่ได้รับ 50,000 บาทต่อเดือน ก็เหลือ 30,000 บาท เป็นต้น จะช่วยลดงบประมาณที่ต้องจ่ายบุคลากรลงไปประมาณ 500 ล้านบาท ตรงนี้เองที่หลายฝ่ายต่างคิดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อวิชาชีพอื่น โดยเฉพาะพยาบาล เพราะเท่ากับว่าจะกลับไปได้ค่าตอบแทนน้อยเหมือนเดิม
       
       แม้ นพ.เกรียงศักดิ์ จะออกมาอธิบายว่า โรงพยาบาลชุมชนบางแห่งที่เจริญขึ้นจะมีเพียงบุคลากรแพทย์และทันตแพทย์เท่านั้นที่จะได้รับค่าตอบแทนเหมาจ่ายลดลง แต่ก็เป็นนัยว่าบุคลากรวิชาชีพอื่นจะได้รับค่าตอบแทนเหมาจ่ายน้อยเท่าเดิม ขณะที่แพทย์และทันตแพทย์ยังคงได้มากเหมือนเดิม ซึ่งไม่ได้เป็นการลดความเหลื่อมล้ำลงแต่อย่างใด ขนาด รมว.สาธารณสุข ยังออกปากเตือนว่า โดยหลักการแล้วเงินที่ได้รับต้องไม่น้อยกว่าเดิม และต้องไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในแต่ละวิชาชีพ
       
       ซึ่งเรื่องนี้ นพ.เกรียงศักดิ์ ก็ได้เตรียมทางออกไว้เช่นกัน โดยร่างแนวทางการจ่ายเงินค่าตอบแทนเพิ่มเติมฉบับ 10.1 ให้กับวิชาชีพอื่นๆ เพื่อเพิ่มค่าตอบแทนให้ พร้อมระบุว่าได้พูดคุยกับวิชาชีพพยาบาลแล้วว่าทั้งหมดเป็นแนวทางลดความเหลื่อมล้ำ
       
       สำหรับตัวเลขการเพิ่มเงินให้วิชาชีพอื่นที่ นพ.เกรียงศักดิ์ ร่างขึ้นมานั้น พบว่า วิชาชีพอื่นที่จบการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จะเพิ่มเงินให้ 300-400 บาท ระดับปริญญาตรีขึ้นไป 600-700 บาท เภสัชกรเพิ่มขึ้น 800-900 บาท
       
       ตรงนี้เองที่ทำให้วิชาชีพอื่นไม่พอใจ โดยเฉพาะวิชาชีพพยาบาล
       
       โดย ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาลคนที่ 2 กล่าวว่า ข้อเสนอนี้เป็นเพียงการหารือเฉพาะพยาบาลในกลุ่ม นพ.เกรียงศักดิ์ เท่านั้น สภาการพยาบาลไม่เคยรับทราบและเห็นตัวเลขดังกล่าวมาก่อน เพิ่งจะได้รับทราบตัวเลขการเพิ่มเงินก็จากในที่ประชุมคณะทำงานฯ ซึ่งมองว่าการเพิ่มเงินให้แค่ 600-700 บาท ไม่ได้เป็นการลดความเหลื่อมล้ำใดๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะช่องว่างก็ยังคงกว้างมากเหมือนเดิม
       
       ยกตัวอย่าง การทำงานปีที่ 1-3 ของแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนพื้นที่ปกติ ค่าตอบแทนอยู่ที่ 10,000 บาทต่อเดือน ขณะที่พยาบาลอยู่ที่ 1,200 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าพยาบาลได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าแพทย์ถึง 8.33 เท่า หากพยาบาลได้รับเงินเพิ่มขึ้น 600 บาท ตามที่ นพ.เกรียงศักดิ์ เสนอเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ก็เท่ากับว่าพยาบาลจะได้รับค่าตอบแทน 1,800 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ยังได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าแพทย์อยู่ดีคือ 5.56 เท่า
       
       “พยาบาลได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าแพทย์มาก ทั้งที่เวลาการทำงานทั้งสองวิชาชีพต่างก็ต้องเกื้อกูลกัน และทำงานหนักไม่ต่างกัน และดูเหมือนว่าพยาบาลจะทำงานหนักกว่าด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่มาโรงพยาบาลถามว่าพบใครมากกว่ากันก็คือพยาบาล การดูแลผู้ป่วยเวรดึกก็เป็นหน้าที่ของพยาบาล ปฏิบัติงานแทนแพทย์ 24 ชั่วโมง ทำไมแพทย์ต้องได้มากกว่าพยาบาลถึง 20 เท่าในพื้นที่เดียวกัน การจะมาบอกว่าพยาบาลได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นมากไม่ได้เพราะมีคนเยอะหรือไม่ขาดแคลนคงไม่ถูก ข้อเสนอของแพทย์ชนบทจึงไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำจริง หากจะลดความเหลื่อมล้ำจริงอย่างน้อยขอให้ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 60% ของค่าตอบแทนที่แพทย์ได้รับ”
       
       หากวิเคราะห์จากตัวเลขที่ ดร.กฤษดา เสนอ ทีมข่าวคุณภาพชีวิต ASTVผู้จัดการออนไลน์ คำนวณได้ว่า ค่าตอบแทนแพทย์และพยาบาลจะต่างกันอยู่ที่ 1.67 เท่าเท่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลชุมชนระดับใดหรืออายุการทำงานเท่าใด เช่น แพทย์ได้รับค่าตอบแทน 10,000 บาทต่อเดือน พยาบาลก็จะได้รับค่าตอบแทนที่ 6,000 บาทต่อเดือน ต่างกันเพียง 1.67 เท่า หรือแพทย์ได้รับค่าตอบแทน 20,000 บาทต่อเดือน พยาบาลจะได้ที่ 12,000 บาทต่อเดือน ก็ต่างกันเพียง 1.67 เท่าเช่นเดิม
       
       เพื่อให้เปรียบเทียบกันอย่างชัดเจนว่าค่าตอบแทนแพทย์และพยาบาลเหลื่อมล้ำกันมากน้อยเพียงใด ทีมข่าวคุณภาพชีวิต ASTVผู้จัดการออนไลน์ได้ทำตารางเปรียบเทียบค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแพทย์และพยาบาลตามค่าตอบแทนเดิมฉบับ 4 และฉบับลดความเหลื่อมล้ำที่แพทย์ชนบทร่างขึ้น ดังนี้
       
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.3 และพื้นที่ชุมชนเมือง
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 10,000 บาท พยาบาล 1,200 บาท ต่างกัน 8.33 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 10,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 5.56 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 20,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 11.11 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 20,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 8 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 25,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 13.89 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 25,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 10 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 16.67 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 12 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.2 พื้นที่ปกติ
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 10,000 บาท พยาบาล 1,200 บาท ต่างกัน 8.33 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 10,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 5.56 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 25,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 13.89 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 25,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 10 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 16.67 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 12 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 22.22 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 16 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.2 พื้นที่ทุรกันดาร ระดับ 1
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 20,000 บาท พยาบาล 1,500 บาท ต่างกัน 13.33 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 20,000 บาท พยาบาล 2,100 บาท ต่างกัน 9.52 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 35,000 บาท พยาบาล 2,000 บาท ต่างกัน 17.5 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 35,000 บาท พยาบาล 2,700 บาท ต่างกัน 12.96 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 16 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 3,200 บาท ต่างกัน 12.5 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 3,000 บาท ต่างกัน 16.67 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 3,700 บาท ต่างกัน 13.51 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.2 พื้นที่ทุรกันดาร ระดับ 2
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 3,000 บาท ต่างกัน 10 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 3,600 บาท ต่างกัน 8.33 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 45,000 บาท พยาบาล 3,500 บาท ต่างกัน 12.86 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 45,000 บาท พยาบาล 4,200 บาท ต่างกัน 10.71 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 4,000 บาท ต่างกัน 12.5 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 4,700 บาท ต่างกัน 10.64 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 60,000 บาท พยาบาล 4,500 บาท ต่างกัน 13.33 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 60,000 บาท พยาบาล 5,200 บาท ต่างกัน 11.54 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.1 พื้นที่ปกติ
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 10,000 บาท พยาบาล 1,200 บาท ต่างกัน 8.33 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 10,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 5.56 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 16.67 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 12 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 22.22 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 16 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 1,800 บาท ต่างกัน 27.78 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 20 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.1 พื้นที่ทุรกันดาร ระดับ 1
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 20,000 บาท พยาบาล 1,500 บาท ต่างกัน 13.33 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 20,000 บาท พยาบาล 2,100 บาท ต่างกัน 9.52 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 2,000 บาท ต่างกัน 20 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 40,000 บาท พยาบาล 2,700 บาท ต่างกัน 14.82 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 2,500 บาท ต่างกัน 20 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 3,200 บาท ต่างกัน 15.63 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 60,000 บาท พยาบาล 3,000 บาท ต่างกัน 20 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 60,000 บาท พยาบาล 3,700 บาท ต่างกัน 16.22 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       โรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.1 พื้นที่ทุรกันดาร ระดับ 2
       
       (เดิม) ระยะเวลา 1-3 ปี แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 3,000 บาท ต่างกัน 10 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 600 บาท แพทย์ 30,000 บาท พยาบาล 3,600 บาท ต่างกัน 8.33 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 4-10 ปี แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 3,500 บาท ต่างกัน 14.29 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 50,000 บาท พยาบาล 4,200 บาท ต่างกัน 11.91 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 11-20 ปี แพทย์ 60,000 บาท พยาบาล 4,000 บาท ต่างกัน 15 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 60,000 บาท พยาบาล 4,700 บาท ต่างกัน 12.77 เท่า
       
       (เดิม) ระยะเวลา 21 ปีขึ้นไป แพทย์ 70,000 บาท พยาบาล 4,500 บาท ต่างกัน 15.56 เท่า
       (10.1) เพิ่ม 700 บาท แพทย์ 70,000 บาท พยาบาล 5,200 บาท ต่างกัน 13.46 เท่า

เทียบกันชัดๆ!! เปิดค่าตอบแทน “หมอ-พยาบาล” ฉบับลดความเหลื่อมล้ำของแพทย์ชนบท
       จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าค่าตอบแทนระหว่างแพทย์และพยาบาลต่างกันลิบลับเราฟ้ากับเหว โดยเฉพาะแพทย์และพยาบาลที่มีอายุงานเกิน 21 ปีขึ้นไปในโรงพยาบาลชุมชนระดับ 2.1 เขตพื้นที่ปกติ ที่ต่างกันถึง 27.78 เท่า แม้จะเพิ่มเงินให้อีก 700 บาทก็ยังต่างกันอยู่มากถึง 20 เท่าอยู่ดี จึงไม่แปลกใจที่วิชาชีพพยาบาลถึงได้เรียกออกมาบอกว่าค่าตอบแทนฉบับที่ นพ.เกรียงศักดิ์ ร่างขึ้นถึงยังคงความเหลื่อมล้ำอยู่
       
       สุดท้ายการเดินหน้าจ่ายค่าตอบแทนระบบใหม่ที่ผสมผสานทั้งเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายและ P4P จะเป็นอย่างไร และจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทนระหว่างแพทย์และวิชาชีพอื่นๆ ได้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องมาลุ้นการทำงานของคณะทำงานชุดที่มี นพ.สุพรรณ เป็นประธานว่าจะทำงานออกมาได้ถึงกึ๋นและถึงใจวิชาชีพต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน กับระยะเวลาการทำงานเพียง 2 เดือน ก่อนที่จะมีการเดินหน้าจ่ายค่าตอบแทนระบบใหม่อย่างเต็มสูบในเดือน ต.ค. 2556
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
แนะซดเครื่องดื่ม “3 ตรี” 3 ช่วงอากาศปรับสมดุลร่างกาย
หมอณรงค์ ย้ำ ไม่ร่วมประชุม ศอ.รส.
โฆษณายาขับซีสต์เกร่อ หมอสูติฯ ชี้โม้ชัวร์ อย่าหลงเชื่อ
วัยรุ่นชายโทร.ป่วนสายด่วน 1669 สั่งอาหาร-แซว จนท.หญิง
เตือนภัย! จอดรถเปิดแอร์นอน-ปิดกระจกถึงตาย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 45 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 36 คน
80 %
ไม่เห็นด้วย 9 คน
20 %
ความคิดเห็นที่ 2 +91 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่ออกกฏกระทรวง ให้ทุกโรงพยาบาลกำชับเรื่องเวลาเข้างาน ให้บุคลากรทุกคนเข้างานตรงเวลา ใครไม่ทำตามมีโทษถึงไล่ออกจากราชการ

พวกหมอที่เปิดคลินิคส่วนตัวก็ดิ้นพล่านเหมือนหมาโดนน้ำร้อนแล้วครับ ตามชนบทนี่แหละตัวดี 10 โมงกว่าแล้ว ยังอยู่คลินิคตัวเองอยู่เลย อยากทำข้างนอกก็ลาออกไปซิครับ อย่ามาเบียดเบียนภาษีประชาชน
666
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +39 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วทั้ง รพ มีหมอ กี่คน มีพยาบาลกี่คน เคยพูดมั้ย หมอต่อคนไข้ พยาบาลต่อคนไข้ อัตรางาน หมอมาราว7 โมง เลิกงาน 5 โมง อยู่เวรต่อ พยาบาลทำงานเป็น เวลา ผมว่าทางออกที่ดีคือหมอเงินเท่าเดิม เพิ่มเงินพยาบาล แล้วลดเงินที่นักการเมืองแบบคุณ แดก จะเป็นทางออกคับ
flyingsnow
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบุกันว่าไม่เป็นธรรม เหลื่อมล้ำ
งั้นผมขอถามหน่อย มนุษย์เงินเดือนเข้างาน 8 โมง เลิก 5 โมง ทำโอต่อ ผมบอกว่า ผมมาทำงานมากกว่าซีอีโอ ผู้จัดการเลยนะ เพิ่มเงินเดือนผมไม่ให้เหลื่อมล้ำหน่อยซิ ขอห่างกันไม่เกิน 5 เท่านะ
ซีอีโอได้ 5 แสน ผมขอแสนนึง ไม่งั้นผมจะป่าวประกาศว่าไม่ยุติธรรมได้ไหม
จะเอาของสองอย่างมาเทียบกัน ผมว่าพวกคุณน่าจะรู้กันอยู่ว่าทำไมเทียบกันไม่ได้
เต่าทราย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้หมอบ้านเราไม่ได้ขาดแคลนมาก เราผลิตปีละเป็นพัน แต่ขาดหมอเพราะคนกลุ่มนี้เป็นนักต่อรอง เอาคนไข้เป็นตัวประกัน หมอเคยเห็นทหารที่อยู่แนวชายแดนขอเงินเพิ่มไหม ทหารสามจังหวัดเรียกร้องไหม ทุกคนทุกอาชีพสำคัญกับประเทศนี้หมด เด็กที่เรียนแพทย์หากรับไม่ได้ให้ไปเรียนแย่างอื่นนะครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 41 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล..."หากจะลดความเหลื่อมล้ำจริงอย่างน้อยขอให้ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 60% ของค่าตอบแทนที่แพทย์ได้รับ”....

น่าจะเป็นหลักการที่ถือได้ว่ามีเหตุผลและมีความเป็นธรรมกับวิชาชีพพยาบาลพอสมควร

โดยคิดเทียบจากระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาจนจบหลักสูตร
ของแพทย์ ใช้ระยะเวลาในการศึกษาเล่าเรียนอย่างต่ำ 6 ปี
ของพยาบาล 4 ปี คิดเป็น 66.67 % ของระยะเวลาของการศึกษาของแพทย์
ดังนั้นการคิดค่าตอบแทนของพยาบาลแค่ 60 % ของแพทย์
จึงถือว่าน่าจะมีความเป็นธรรมและมีเหตุผลรองรับมากที่สุด
ตามอัตราส่วนชองระยะเวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตรของแต่ละวิชาชีพ
และเป็นหลักการและเหตุผลที่ทุกฝ่ายควรจะยอมรับกันได้
สภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาลต่าง ๆ ควรยืนยันยืนหยัดในหลักการนี้ต่อกระทรวงสาธารณสุข ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและต่อรัฐบาล
หากไม่ได้ตามหลักการที่ว่านี้ สภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาลก็ควรจะมีการเคลื่อนไหวกดดันต่อไป
กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว
แต่เป็นเรื่องของเกียรติยศศักดิ์ศรีของวิชาชีพพยาบาลโดยภาพรวมด้วย
สภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาล อย่าเฉย อย่าเงียบ อย่าเกียร์ว่าง อย่ารักษาฟอร์มผู้ดี
อย่าปล่อยให้พยาบาลรุ่นเด็ก ๆ ต้องต่อสู้เคลื่อนไหวกันเอง
เหมือนกรณีพยาบาลลูกจ้างชั่วคราวที่ผ่านมาไม่นาน

บ้านเมืองนี้ ไม่มีใครให้เกียรติหรือเกรงใจคนดี
กลุ่มวิชาชีพไหนไม่เคลื่อนไหว ไม่ก่อม็อบ ไม่เผาเมือง
ก็จะถูกวิชาชีพอื่นเอาเปรียบรังแกมาโดยตลอด

ต้องให้มันรู้ซะมั่งว่าไผเป็นไผ
คนรัก ความเป็นธรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 60 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พยาบาลไม่ได้ต้องการเงินเดือนเท่าหมอหรอกค่ะ เขาแค่ต้องการเรียกร้องให้ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง จากที่เห็น comment ทั้งหลายว่าหมอต้องไปเรียนต่อโน่นนี่นั่นพยาบาลก็ต้องเรียนต่อเหมือนกันนะคะ เพื่อเพิ่มความก้าวหน้าให้กับวิชาชีพของตนเองไม่ต่างจากวิชาชีพอื่น ๆ หรอกค่ะ เราควรให้เกียรติซึ่งกันและกันนะคะ ทั้งหมอและพยาบาล ขาดอาชีพไหนไป การดูแลรักษาคนไข้าก็คงจะไม่เกิดผลใด ๆ ขึ้น
ขอความเห็นใจค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 59 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนหมอจบมาเงินเดือนเยอะ ยิ่งอยู่ รพช.ทำงานสบายๆ พยาบาลทำแทนให้หมด พลาดมาก็โดนด่า หาว่าไม่สั่ง นอนเวรเอาเงินฟรี นอกเวลามาก็จดๆเอาจำนวนคนไข้ไปเบิกเงิน ว่าเป็นภาระงาน ทุกงานมันก็ทำงานหาเงินเหมือนกันแหละ ถ้าเสียสละจริง ทำงานฟรีสิ ไม่ต้องเอาเงิน
พยาบาล ปากกัดตีนถีบ หาเงิน ส่งให้พ่อแม่ใช้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 58 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้สึกเศร้าใจที่คนกระทรวงเดียวกันเหยียบกันเองการที่แพทย์ขอค่าตอบแทนเท่าเดิมก็เห็นด้วยแต่การที่พยาบาลเรียกร้องเพิ่มค่าตอบแทนมันผิดด้วยหรือ
เขาขอไม่ได้ขอเท่าแพทย์แต่เขาชี้แจงว่าภาระงานของเขามากควรจะได้เพิ่มมากกว่าท่ีได้อยู่เพราะมันแตกต่างกับแพทย์มากเกินไปแต่ไม่ใช่เท่าแพทย์
ที่บอกว่าแพทย์อยู่เวร 24 ช.ม.นั้นเป็นเวรนอนแพทย์ไม่ได้มานั่งอยู่เวรตลอดเหมือนพยาบาลมีคนไข้มาพยาบาลตรวจรักษาเองแต่บางครั้งก็ต้องรายงานแพทย์ รายงานดีไม่ดีก็โดนวีนใส่ที่พูดนี้ไม่ใช่แพทย์ทุกคนนะแต่รู้สึกว่าแพทย์อย่างนี้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่แพทย์ที่มีความเป็นแพทย์ก็มีอยู่ ท่ีบอกว่าการเรียนแพทย์ยากเหนื่อยนอนดึกเห็นด้วยแต่คุณคิดว่าการเรียนพยาบาลคงไม่เหนื่อยนอนไม่ดึกมั๊งแสดงว่าคุณไม่เคยมีข้อมูลการเป็นนักเรียนพยาบาลเพราะญาติของคุณคงเรียนแต่แพทย์ พยาบาลถึงเรียนไม่ยากเท่าแพทย์แต่รับรองว่าความเหนื่อยและนอนดึกและต้องใช้ความอดทนสูงไม่แพ้กัน คุณรู้มั๊ยว่าบางครั้งนักเรียนพยาบาลต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือทำแพลนเสร็จ 3 นาฬิกานอน3ชั่วโมงบางครั้งเสร็จก็สว่างไม่ต้องนอนอาบน้ำขึ้นฝึกงานบนตึกผู้ป่วย วิชาชีพของพวกแพทย์พยาบาลมันเหนื่อยตั้งแต่เรียนแล้วพวกเรามาว่ากันเองอย่างนั้นอย่างนี้ สาดโคลนเข้าใส่กัน ก็ไม่เข้าใจทำไมถึงเป็นอย่างนี้
inonsud@windowslive.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 57 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเป็นว่าอยากขอความเห็นใจจากวิชาชีพแพทย์มากว่า ขอให้วิชาชีพพยาบาลได้ปรับขึ้นบ้างเถอะก็รู้ความจริงอยู่ใครก็ว่าตัวเองสำคัญแต่ความจริงแพทย์-พยาบาลทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันจริงๆทั้งในยามปกติหรือฉุกเเฉินต้องร่วมคิดร่วมทำแพทย์จะดูแลคนไข้ได้ดีต้องมีพยาบาลที่ฉลาด manageเป็น รู้งาน รู้ใจ ชงเรื่องให้ แพทย์บางท่านไปรับjobผ่าตัดที่เอกชนยังเอาทีมพยาบาลที่เข้าcaseทีมประจำไปเลย อย่าว่าพยาบาลเลย
เพื่อนร่วมวิชาชีพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 55 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เท่าที่อ่านดูมีแต่หมอเห็นแก่ตัวเยอะจังเนอะ
ถ้าตายไปเงินก็เผาไปใช้ไม่ได้หรอกมั้ง
จะเห็นแก่ตัวไปไหนกัน
คุณหมอทำงานหนักเหมือนคุณพยาบาลรึเปล่า
เปล่าเลย บางทีเห็นคุณพยาบาลสอนคุณหมอเด็กๆ
กันด้วยซ้ำ ควรจะนึกถึงใจเขา ใจเรา
คุณหมอที่รักษาคนแบบจับฉลากได้มาก็มีถมไปนะคะ
Thanita_uya@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 54 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้าใจนะครับ ว่าศักยภาพ ของหมอ มันเหนือกว่าพยาบาล แต่เงินที่ได้รับตอบแทนมันก็เยอะกว่ามากๆ เช่นกัน
ดังนั้นก็ควรทำตัวให้สมกับเงินที่ได้รับนะครับ ตั้งใจทำงาน มาทำงานให้มันตรงเวลา อย่าทำตัวเป็นนางฟ้าเทวดากันเลย
sarapao11@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 51 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกหมอเทวดาคับ... ก็ไม่เห็นพยาบาลเค้าจะเรียกร้องให้เงินเดือนเท่ากับคุณตรงไหนเลย เค้าก็แค่เรียกร้องค่าตอบแทนที่เค้าไม่เคยได้ ส่วนพวกคุณหมอไม่ได้ส่วนนี้ก็ไปเปิดคลินิคหาเงินได้อยู่ดี ถ้าพยาบาลเค้าไม่ได้เงินส่วนน้อยนี้ เค้าจะไปเปิดคลินิคหาเงินแบบคุณได้ป่าวอ่ะคับ หรือว่าจะเอาไปซะทุกอย่าง.??
ผงชูรส
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พยาบาลเปิดคลินิกเองได้แต่งานที่ทำ เป็นงานที่ต้องยึดโยงกับแพทย์ ดูแลการรักษาตามที่แพทย์สั่ง โดยใช้เทคนิกของวิชาชีพ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ได้มาตรฐาน และปลอดภัย แต่ Stand alone ลำบาก ได้เงินไม่คุ้มเสีย เช่น ฉีดยา ทำแผล ให้วัคซีนตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งผู้ป่วยสามารถรับบริการได้จากพยาบาลของคลินิกแพทย์ เป็นวิชาชีพที่ต้องพึ่งพาแพทย์ แตกต่างวิชาชีพอื่นที่เปิดคลินิกได้เอง เช่น ทันตฯ เภสัชฯ กายภาพฯ กิจกรรมฯ นักแก้ไขการพูดและการได้ยิน นักกายอุปกรณ์ ฯลฯ ล้วนมีคลินิกหรืออยู่ในรูปบริษัท รพ.เอกชน ฯ เพราะเหตุนี้จึงต้องขอเงินให้เป็น ๖๐ % ของแพทย์ พยาบาลใน รพ. เอกชนก็ได้เงินน้อย อัตราส่วนใกล้เคียงของรัฐ
พยาบาลไม่ขาดแคลนแต่ยอมให้ถูกใช้ผิดประเภทไปทำงานผิดวิชาชีพ
 
ความคิดเห็นที่ 50 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควาย โดนหลอกให้มัวแต่ทะเลาะกัน
เรียกร้องที่ละเรื่องซิวะ ให้เรื่องแรกเสร็จก่อน แล้วจัดการเรื่องต่อ
นี่อะไรกัน ความวัวยังไม่ทันหาย รีบเอาความควายเข้ามาแทรก
พวกควายต้องอดทน ไม่ใช่มัวแต่ยกหางตัวเองว่าข้าก็สำคัญ
xbxb
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันคนละเรื่องเดียวกันของฝูงฆวายในกระทรวงสาธารณสุขนั่นแหละ

เรื่องนี้โดนตั้งระเบิดเวลามาตั้งแต่รัฐบาลนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตั้งแต่ปี 2551
สมัยนั้น รตอ.ดร.เฉลิม อยุ่บำรุงเป็นรัฐมนตรี สาธารณสุข
ออกระเบียบฯ ฉบับ 10 เอาใจหมอชนบท เป็นเงินกินเปล่า
แพทย์โรงพยาบาลอำเภอได้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายได้ค่าตอบแทนจากหลักหมื่นถึงหลักครึ่งแสน
ส่วนวิชาชีพทางการพยาบาลและสาธาณณสุขอื่น ๆ
ได้กันคนละเล็กละน้อย จากหกร้อยถึงห้าพัน
แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เขาก็ได้แต่มองกันตาปริบ ๆ ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรมของแพทย์ชนบทและกระทรวงสาธารณสุข
ก็ได้แต่อดทนยิ่งกว่าฆวาย ไม่โวยวาย ไม่ปริปาก ไม่ก่อม็อบ ไม่ประท้วง ไม่เผาเมือง
ก้มหน้าก้มตาทำงานกันต่อไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ตามหลักจริยธรรม

5 ปี ผ่านไป ไวเหมือนโกหก
หมอประดิษฐ์มาเป็น รมต.สาธารณสุข
ออกระเบียบค่าตอบแทน P4P เพื่อเช็คดูว่าหมอ ๆ ทั้งหลายในกระทรวงสาธารณสุขทำงานอะไรกันบ้าง
และไปลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย เงินกินเปล่าของแพทย์ชนบท
เมื่อหมอชนบทโดนเหยียบหัวแม่เท้าโดยหมอด้วยกัน
หมอจึงต้องกัดกับหมอ
มีการขนม็อบไล่ รมต. ไม่เผาผีแต่เผาโลงศพกันหลายรอบ
แพทย์ชนบทหาทางลง เพราะม็อบกะหรอมกะแหรมขาดการสนับสนุนจากวิชาชีพพยาบาลและสาธารณสุขอื่น ๆ
เพราะเอาเปรียบเขาไว้เยอะ
หาทางให้สุรนันท์มาเป็นคนกลางเจรจาหาทางลงรักษาหน้า
ตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ กันหลายคณะ
หมอชนบทพยายามต่อรองหาแนวร่วมเพิ่มอีกครั้งโดยเพิ่มเงินจิ๊บจ๊อยให้กับวิชาชีพพยาบาลและอื่น ๆ
จาก 300 ถึง 900 บาท
ต่อเดือนนะครับ ไม่ใช่ต่อวัน
เฉลี่ยวันละ 10 -30 บาท
เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าเป็นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ
เรื่องมันเลยแดงขึ้นมาว่าความเหลี่ยมล้ำที่แพทย์ชนบทอ้างอ้างมันเรื่องจริง
แต่วิธีการเพิ่มวันละ 10 -30 บาท มันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาจริง ๆ ในเรื่องความเหลื่อมล้ำตามข้ออ้าง
เอวัง..ก็เลยมีการจุดชนวนระเบิดความแตกแยกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขด้วยประการฉะนี้
ด้วยมือของแพทย์ชนบทเอง โดยไม่ตั้งใจ

เมื่อรมต.สาธารณสุขชนกับแพทย์ชนบท
แพทย์ชนบทชนกับสภาพยาบาลซึ่งมีกำลังคนเป็นแสน ๆ
งานนี้ไม่น่าจะมีมวยล้มต้มคนดู

ยุทธจักรสาธารณสุขกำลังจะลุกเป็นไฟ....ย่างผู้ป่วย
ประชาชนน่าจะตกเป็นตัวประกันอีกตามเคย
ลิ้ม ฮู้ ชง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นคอมเมนท์ที่ถูกต้อง....ที่สุด
ขอแสดงความเห็น...
๑. ความเลวทั้งหมดยกให้ระบอบไอ้เกรียงศักดิ์และบริวาร....
๒. พยาบาลได้โอกาสแหกช่องว่างค่าตอบแทนออกมา ทั้งๆที่ได้ค่าตอบแทนมากรองจาก แพทย์ ทันต. และ เภสัช.
๓. วิชาชีพอื่นคนน้อยเสียงไม่ดัง(แต่ทำงานหนักเพราะคนน้อย) แถมมีพรรคพวกที่เป็นพยาบาลอยู่ในรัฐสภาอีก ช่วยเหลือทั้งถีบและดัน...
๔. งานพยาบาลเป็นงานใช้แรงกายมากกว่าสมอง ไม่ฉลาดมากก็สอบเข้าได้ เรียนสบายๆ แต่จบมาต้องอยู่เวร
๕. ถ้าจะเพิ่มเงินให้จริงๆ ให้เพิ่มค่าเวรให้มากๆ เพราะเขาสูญเสียเวลาในชีวิตส่วนตัวและครอบครัวมากกว่าวิชาชีพอื่นๆ
อย่างนี้ค่อยมีเหตุผลมัย
 
ความคิดเห็นที่ 48 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สส. บางฟายนั่งๆนอนๆรอคำสั่งยกมืออย่างเดียวเงินเดือนแสนบาท อิบางฟาย ออกสื่อตอแหลไปวันๆ ว่างๆก็บินไปเที่ยวเมืองนอก แต่งตัวสวย ใช้งบภาษปชชทั้งหมด เงินเดือนแสน
อำมาตย์แดงผลาญชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 46 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องยอมรับ
1.แพทย์ในชนบทขาดแคลน ไปกระจุกในเขตเมืองและกทม.
2.แพทย์ที่อยู่ในชนบทอยู่เวรติดต่อกัน 24 ชม.ไม่มีการพัก
3.ทุกวิชาชีพก็ต้องการอยู่ในเมืองหรือที่เจริญ
4.ระบบการคัดเลือกยังเน้นที่คนเก่งอย่างเดียว
5.การเรียนแพทย์ยากมาก
6.ประชาชนยังไม่สนใจดูแลตนเองมากพอ เช่น ไม่สวมหมวกกันน็อค

การทำให้แพทย์ไม่ขาดแคลนในชนบท คงต้องอาศัยหลายวิธีการ
1.บังคับด้วยกฎหมาย ใช้ทุนสัก 20 ปีไปเลย ไม่ให้เข้ามาทำงานในเมือง ชั่วชีวิตได้ยิ่งดี
2.ล่อด้วยเงิน ให้ค่าตอบแทนเยอะๆ ควรจะมากกว่าหรือใกล้เคียงกับเอกชน แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนแพทย์จริงๆ เช่น พื้นที่มีการลาออกบ่อยๆหรือย้ายบ่อยๆ
3.ยกย่องคนที่ทำงานในชนบท ให้เป็นต้นแบบ ผลิตรายการโทรทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับคนทำงานในชนบท ไม่ใช่เฉพาะแพทย์
4.กระบวนการคัดเลือก ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ต้องเก่งผ่านเกณฑ์ และยังต้องมีจิตอาสาเสียสละ ชุมชนยอมรับ เข้ากับชุมชนได้
5.ผลิตแพทย์ให้เยอะๆ จน Supply มากกว่า Demand หรือเอาแพทย์จากประชาคมอาเซียน เช่น พม่ามาดูแลคนในชนบท
6.ลด demand พึ่งหมอและโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด ดูแลสุขภาพตนเอง ลดหวาน มัน เค็ม เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ สวมหมวกกันน็อค ขับไม่ซิ่ง ใช้ถุงยางอนามัย ออกกำลังกาย ไม่กินสุกๆดิบๆ ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียว
Nacro
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่พักห้าอะไรเห็นอยู่ตามห้าง เข้าเวรมากมายนะพยาบาล ลูกน้อง ลูกเขาเขาปวดท้องมาก ไปโรงพยาบาล มีแต่พยาบาลกับหมา หมอหาไม่เจอต้องส่งต่อในเมืองหมอเป็นพวกที่เห็นแก่ตัวสุดๆแล้วเอาเปรียบและดูถูกคนจน
เรื่องจริง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเรื่องชนบทหรือเมืองมาพูดกันอีกแล้ว

คุณไปดูอเมริกานะครับ ประเทศที่ว่าเจริญ ๆ น่ะ มันกินพื้นที่กี่ตารางกิโลเมตร แต่ละที่ แต่ละเมืองห่างกันทั้งนั้น และต้องพึ่งพารถส่วนตัวมาก เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ใครอยู่อเมริกาจะรู้ว่า ประเทศนี้กว้างใหญ่มาก มากเสียจนแม้แต่ที่เจริญ ๆ ก็กลายเป็นชนบทได้ เพียงแต่ แต่ละที่ความเจริญค่อนข้างจะเข้าถึงกันหมด ไม่ได้ขาดแคลนหรือเหลื่อมล้ำกันมาก อยากได้อะไรก็หาได้

แล้วทางแก้ของประเทศไทย คืออะไร?
ก็เสนอหลายครั้งแล้วว่า ต้องกระจายอำนาจให้เต็มที่ อย่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบที่เป็นอยู่ ให้งบไปให้ท้องถิ่นให้มากขึ้น ให้เกิดการจัดซื้อ จัดจ้าง การลงทุน การพัฒนาให้มากกว่านี้ เอาจังหวัดเป็นตัวตั้ง เพราะแต่ละจังหวัด สามารถสร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเองได้ สิ่งที่ต้องทำคือ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วให้งบประมาณลงไปมากขึ้น

ญี่ปุ่น มีขนาดพื้นที่เล็กกว่าไทย แล้วพื้นที่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ก็เป็นป่าเขา ทำไมเขาถึงเจริญได้ แน่นอนว่ามีปัญหาแรงงานอพยพเข้าเมืองสูง แต่แต่ละเมืองหรือจังหวัดของเขาก็ไม่ได้ต่างจากกรุงเทพมาก เพราะมีการกระจายความเจริญ

ปัญหาในประเทศไทย ที่บอกว่า "ชนบท" มันไม่ใช่เรื่องระยะทางหรือความห่างไกลแล้วจะกลายเป็นชนบท เดี๋ยวนี้ใครจะเดินทางไปไหนก็ได้ มันอยู่ที่การกระจายงบประมาณ นึกออกไหม ว่าทำไมโรงเรียนที่มีเด็กเก่ง ก็ยังคงเก่งอยู่อย่างนั้น เพราะมันเป็นการทบซ้ำในที่เดิม ๆ เรียกว่า การทบซ้ำทางบวก (Positive Back) ส่วนที่เหลื่อมล้ำ ก็เพราะเวลางบประมาณมา มันก็ไปทบให้ที่ที่ดีอยู่แล้ว มั่งคั่งอยู่แล้ว เก่งอยู่แล้ว เรียกว่า การทบซ้ำทางลบ (Negative Back)

ประเทศไทยเล็กกว่าอเมริกาอย่างมาก แต่แก้ปัญหาความเป็นชนบทไม่ได้ มันตลกไหมล่ะ
เลิกพูดได้แล้ว ชนบท-เมือง
 
ความคิดเห็นที่ 45 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นคนไข้ที่แอบเข้ามาดูเลยอดคิดไม่ได้ ว่าภาพลักษที่เหนว่าเปนบุคคลที่ดูเสียสละและทำงานด้วยความเอื้ออาทร จริงจริงก้อมนุษหน้าเงินใส่หน้ากากนางฟ้าเทวดานี้เอง
แท้จริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 44 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อ ป้าว่านะเราคนนอกอย่ามาเถียงกันเรื่องหมอกับพยาบาลเลยค้า เพราะจริงๆแล้วพวกเขาทั้ง2อาชีพก็ต้องทำงานเคียงคู่กันตลอดเวลาขาดอาชีพใดอาชีพหนึ่งไม่ได้ คุณหมอรูปหล่อผ่าตัดก็ต้องมีคุณพยาบาลแสนสวยคอยส่งเครื่องมือให้ สบตากันไปมาจนรู้ว่าจะเอาเครื่องมืออะไรในขั้นตอนใหน จนเป็นผัวเมียแต่งงานกันไปหลายคู่ผลิตลูกหลานออกมาเป็นหมอเป็นพยาบาลและอาชีพอื่นๆมากมายแล้ว บางคนบางคู่ก็อาจเป็นคู่รักนอกกฎหมายกิ๊กกั๊กกันไปจนเมียเก่าตายหรือเลิกรากันไปก็มากมาย จริงๆพวกเขาไม่เกลียดกันหรอก ยิ่งพวกอาจารย์หมอทั้งหลายทั้งศิริราชและจุฬาฯ ได้เมียเป็นพยาบาลมากมาย ข้างๆบ้านป้านี่ก็มีลูกออกมาเรียนหมอทั้ง3คน เงินทองของนอกกายแต่ให้มากหน่อยก็ดีนะ ให้สมฐานะ.
ป้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมไม่พัฒนาคุณภาพการรักษาเท่ากับเอกชน คนจนไม่มีสิทธิรับบริการดีดีหรอ
ค่าตอบแทนก็คิดจำนวนเท่า เท่ากับเอกชนไปเลยครับ
Ballista Pg
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนไทยเสพติดประชานิยมไปแล้ว พวกบัตรทอง ประกันสังคมอะไรพวกนี้
ต้นทุนการรักษาบางโรคมันแพง บางคนเป็นโรคหัวใจต้องผ่าตัดบายพาสใช้บัตรทองรักษาฟรี เป็นมะเร็งรักษาฟรี โรคอะไรๆก็ฟรี
เลยทำให้คนมาใช้บริการรพ.รัฐจำนวนมาก เกินกว่าบุคลากรจะรับไหว หมอ-พยาบาลเหนื่อยเกินไป คนไข้ก็รอคิวรักษานานเพราะใครๆก็จะมาหาหมอ
ถ้าเทียบกับสมัยก่อน คนจนส่วนมากไม่มีเงินรักษาก็ต้องนอนรอความตายอยู่บ้าน พอมีประชานิยม ก็มารพ.แบบถล่มทลาย
ทีนี้ถ้าอยากพบหมอเร็ว ไม่ต้องมาต่อคิวตั้งแต่ตี4 ก็ต้องไปรพ.เอกชน ต้องยอมจ่ายเงินเอง ค่ารักษาผ่าตัดก็เริ่มตั้งแต่หลักหลายหมื่นถึงหลักแสนหลักล้าน บริการดีเหมือนโรงแรม 5 ดาว
เงินเดือนหมอรพ.รัฐจบใหม่ๆก็ 80,000 บาท คนไข้มหาศาล
เงินเดือนหมอรพ.เอกชนบางแห่งรับประกันรายได้ 400,000 บาท งานสบายๆ ไม่ต้องรับคนไข้จำนวนมาก
เป็นคุณจะเลือกทำงานที่ไหน
สำหรับคนไข้ถ้าไม่อยากรอคิวนานก็เชิญไป รพ.เอกชน
ถ้าจนๆไม่ค่อยมีเงินก็รอต่อคิวกันไป
คุณภาพการรักษา คุณภาพยา มันก็ตามกำลังทรัพย์นั่นแหละ อย่างเช่นเป็นมะเร็ง เคยได้ยินญาติเล่า หมอบอกว่า ถ้าใช้ประกันสังคมหรือบัตรทอง โอกาสรอดน้อยเพราะงบซื้อยามันไม่พอ ได้แค่พอประทังไป ส่วนมากสุดท้ายก็ตาย ถ้าเป็นคนมีฐานะหมอแนะนำเลยว่าให้ยอมจ่ายเงินซื้อยาดีๆแพงๆ โอกาสรอดสูง เพราะยาเม็ดละพันกว่า ต้องกินทุกวัน กินเป็นปีๆ หลายปี ยาฉีดเข็มละเป็นหมื่นเป็นแสน สรุปว่าต้องมีเงินหลายล้าน ถึงจะเอาอยู่
yes
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วย และทำได้ด้วย

รัฐบาลแค่ออกพระราชกฤษฎีกาออกนอกระบบโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง
เป็นโรงพยาบาลองค์การมหาชนให้หมดทั่วประเทศ
เหมือนโรงพยาบาลบ้านแพ้ว สมุทรสาคร
เหมือนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ

แต่คุณหมอส่วนใหญ่ไม่อยากทำไม่อยากออกนอกระบบกันหรอก
หรอกเพราะต้องถูกบังคับให้ทำงานให้คุ้มค่าจ้าง
เหนื่อยและอาจถูกประเมินให้ออกเหมือนเอกชน

สู้เป็นเทวดา สิบโมงชาม บ่ายสามโมงล้างชาม ไม่ได้
เปิดคลินิคทำคลอดในโรงพยาบาลราชการของรัฐอย่างน้อยก็หัวทารกละห้าพัน
ไม่ต้องจ้างลูกน้อง ไม่ต้องซื้อเครื่องมือ
คนชนบท
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอเอกชนประกัน400000 บาทนะรับหมอทุกคนมั้ยครับ บางคนรับจ้างอยู่เวรโรงพยาบาลเอกชน 2 ชั่วโมง500บาทอยู่เลย ไอ้400000บาทนะหายาก ส่วนมาก2 ชั่วโมง 500 นะชีวิตจริง
เห็นแต่หมอเพ้อเจ้อ
 
ความคิดเห็นที่ 43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ยากหรอกครับ ผมเคยได้ยินอาจารย์หลายๆท่านเล่าว่าวิชาชีพพยาบาลได้รับความไม่เป็นธรรม แต่...ภายภาคหน้ามีการเปิด AEC ทุกประเทศต่างต้องการพยาบาลไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ต่างๆ ถ้าเราไม่ได้รับความยุติธรรมตรงนี้ AEC สามารถให้เราไปได้ครับเพราะวิชาชีพเราเป็นใบเบิกทางไปได้อยู่แล้ว เพียงแต่เรียนภาษาเพิ่มเติม ผมเชื่อว่าพี่ๆน้องๆ ร่วมวิชาชีพพยาบาลทุกคนเก่งอยู่แล้ว

...แล้วลองดูครับว่าถ้าประเทศไทยมีพยาบาลไม่เพียงพอจะเป็นยังไง หรือถ้ามีชาติอื่นมาเป็นพยาบาลในไทยเขาจะยอมรับเงินเดือนแค่นี้ไหม เขาจะให้การพยาบาลได้ดีเหมือนคนไทยไหม ลองให้หมอมาทำหน้าที่ที่พยาบาลทำจะเป็นอย่างไร ฝากคำถามไว้ให้คิดครับ

สู้ๆครับ พี่น้องร่วมวิชาชีพ
นักศึกษาพยาบาล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 42 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แพทย์ต้องรับผิดชอบชีวิตคน แล้วพยาบาลล่ะรับผิดชอบชีวิตใครไหม เห็นเวลาฟ้องร้องก็มีแต่ฟ้องแพทย์ เรียนมาก็หนักกว่าพยาบาล ทำงานก็หนักเหมือนกันหนัก ไม่เห็นบ้างเหรอว่าหมอก็เข้าเวรเหมือนกัน กว่าจะจบหมอมาได้ต้องอดหลับอดนอนมามากแค่ไหน การที่พยาบาลขอเพิ่มเงินเดือนนะ ไม่ได้คัดค้านนะแต่ดูความเหมาะสมด้วย 60%ของหมอ ถามหน่อยถ้ามันห่างกันแค่เท่าสองเท่าแค่เนี่ยจะยอมอดทนเรียนหมอไปเพื่ออะไร ไปเรียนพยาบาลไม่ดีกว่าเหรอ เรียนก็เบากว่าหมออีก ได้เงินเดือนก็ไล่เรี่ยกัน ห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่ ก็ไม่ได้ว่านะแค่แสดงความเห็น
แอม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 41 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล..."หากจะลดความเหลื่อมล้ำจริงอย่างน้อยขอให้ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 60% ของค่าตอบแทนที่แพทย์ได้รับ”....

น่าจะเป็นหลักการที่ถือได้ว่ามีเหตุผลและมีความเป็นธรรมกับวิชาชีพพยาบาลพอสมควร

โดยคิดเทียบจากระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาจนจบหลักสูตร
ของแพทย์ ใช้ระยะเวลาในการศึกษาเล่าเรียนอย่างต่ำ 6 ปี
ของพยาบาล 4 ปี คิดเป็น 66.67 % ของระยะเวลาของการศึกษาของแพทย์
ดังนั้นการคิดค่าตอบแทนของพยาบาลแค่ 60 % ของแพทย์
จึงถือว่าน่าจะมีความเป็นธรรมและมีเหตุผลรองรับมากที่สุด
ตามอัตราส่วนชองระยะเวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตรของแต่ละวิชาชีพ
และเป็นหลักการและเหตุผลที่ทุกฝ่ายควรจะยอมรับกันได้
สภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาลต่าง ๆ ควรยืนยันยืนหยัดในหลักการนี้ต่อกระทรวงสาธารณสุข ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและต่อรัฐบาล
หากไม่ได้ตามหลักการที่ว่านี้ สภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาลก็ควรจะมีการเคลื่อนไหวกดดันต่อไป
กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว
แต่เป็นเรื่องของเกียรติยศศักดิ์ศรีของวิชาชีพพยาบาลโดยภาพรวมด้วย
สภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาล อย่าเฉย อย่าเงียบ อย่าเกียร์ว่าง อย่ารักษาฟอร์มผู้ดี
อย่าปล่อยให้พยาบาลรุ่นเด็ก ๆ ต้องต่อสู้เคลื่อนไหวกันเอง
เหมือนกรณีพยาบาลลูกจ้างชั่วคราวที่ผ่านมาไม่นาน

บ้านเมืองนี้ ไม่มีใครให้เกียรติหรือเกรงใจคนดี
กลุ่มวิชาชีพไหนไม่เคลื่อนไหว ไม่ก่อม็อบ ไม่เผาเมือง
ก็จะถูกวิชาชีพอื่นเอาเปรียบรังแกมาโดยตลอด

ต้องให้มันรู้ซะมั่งว่าไผเป็นไผ
คนรัก ความเป็นธรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าอย่างนั้น จนท.ธุรการที่จบปริญญาตรีก็ต้องได้เงินเพิ่มเท่าพยายบาล
จนท.ที่จบปวส.ต้องได้เงินเพิ่มน้อยกว่าพยาบาล 50%
abcd
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
- แล้ววิชาชีพอื่นๆที่ไม่ใช่แพทย์ หรือ พยาบาล แต่เขาจบ ป.โท ป.เอก หละ?
- แล้วทำไมไม่เอาคะแนนสอบเอ็นทรานส์มาคิดด้วยหรือ? จบพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาล? จบพยาบาลจากมหาวิทยาลัยต่างๆ? จบพยาบาลมากเมืองนอก? คิดให้หมดเลย? ใครเป็นหัวหน้าทีมรักษา? ความรับผิดชอบต่อความสำเร็จของการรักษา? เวลามีเรื่องฟ้องร้องใครต้องรับผิดชอบมากกว่ากัน? ในทีมการรักษาพยาบาลเข้าเรียนง่าย เรียนก็ง่าย จะว่างานหนักก็ไม่ใช่ แบ่งทำงาน ๓ กะ หมออยู่เวรทั้งคืน รุ่งเช้าต้องไปตรวจคนไข้ ไม่ได้หยุดเป็นกะเหมือนพยาบาล พยาบาลมีคนมากที่สุดในแต่ละโรงพยาบาล แก่ตัวหน่อยเกี่ยงเด็ก หลบงานหนัก นั่งบริหารมีร่วม ๑๐ คนที่นั่งเขี่ยกระดาษ ใช้คอมฯก็ไม่เป็น ต้องจ้างเสมียนเพิ่มอีก ทำให้เด็กๆต้องทำงานหนัก.....โอ๊ย ไม่อยากเล่า เน่า พอๆกัน

จาก...เมียหมอ + คน วิชาชีพอื่นใน รพ. + และเคยเป็นพยาบาล ...ขอตัดสินด้วยใจที่เป็นกลาง...พยาบาลมากเกินไป...จริงๆๆๆๆ
ไอ้หมอเกรียงและพวกพยาบาลมากไปหน่อยมั้ง
 
ความคิดเห็นที่ 40 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาให้เท่าสิงคโปร์เลยสิครับทั้งแพทย์และพยาบาล
Sg
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีแต่ควายเท่านั้นที่เชื่อพวกหมอกลุ่มนี้ ก็แค่คนเสียผลประโยชน์เท่านั้น...ไม่มีอะไร ไปหลอกพวกควายเสื้อแดงก็คงได้มั้ง...
คนกระทรวงสาธารณสุข
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนจบก็ไปเป็นลูกจ้างเอกชนให้หมดเถอะครับ จะได้ไม่มีคนว่ากินเงินภาษีของชาติ
ประชด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เรียกร้องให้มนุษย์เงินเดือนได้เงินเดือนเท่า CEO
ไม่เรียกร้องไห้ทาสมีเงินเดือนเท่านายจ้าง
ไม่เรียกร้องให้ขนขับขนเข็นเปลได้ค่าตอบแทนเท่าพยาบาล
ไม่เรียกร้องให้คนตัดหญ้าได้ค่าตอบแทนเท่าพยาบาล
ไม่เรียกร้องไห้คนขับรถได้ค่าตอบแทนเท่าพยาบาล
ไม่เรียกร้องไห้กรรมกรได้เงินเดือนเท่านายก
ไม่เรียกร้องให้คนขับรถเมล์ ขสมก. ได้เงินเดือนเท่ากับ ผอ.ขสมก.บ้างครับ

ทำไมคนเขียนไม่เขียนเรียกร้องให้ตัวเองเงินเดือนเท่าแป๊ะลิ้มด้วย
ไอ้พวกนี้ตรรกะแปลกๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาแค่เรียกร้องให้ข้าราชการกรรมกรพยาบาลให้ได้ค่าตอบแทนแค่ 60 % ของข้าราชการกรรมกรแพทย์

ไม่ได้เรียกร้องให้ได้เท่ากันซะหน่อย

ไม่ได้เรียกร้องไห้ทาสมีเงินเดือนเท่านายจ้าง

หรือ....แพทย์บางคนคิดว่าตัวเองเป็นนายจ้าง
ส่วนพยาบาลเป็นแค่...ทาส

แต่ที่เห็น ๆ...แพทย์หลายคนเป็นทาส(รัก)พยาบาลหลาย ๆ คน
ลิ้ม ฮู้ ชง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาแค่เรียกร้องให้ข้าราชการกรรมกรพยาบาลให้ได้ค่าตอบแทนแค่ 60 % ของข้าราชการกรรมกรแพทย์

ไม่ได้เรียกร้องให้ได้เท่ากันซะหน่อย

ไม่ได้เรียกร้องไห้ทาสมีเงินเดือนเท่านายจ้าง

หรือ....แพทย์บางคนคิดว่าตัวเองเป็นนายจ้าง
ส่วนพยาบาลเป็นแค่...ทาส

แต่ที่เห็น ๆ...แพทย์บางคนเป็นทาส(รัก)พยาบาลหลาย ๆ คน
ลิ้ม ฮู้ ชง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วคนพวกนั้นทำงานแทนกันได้มั้ยค่ะ แต่พยาบาลทำงานแทนหมอนะค่ะ แทนที่จะเห็นใจและขอบคุณคนที่ช่วยตนเองกลับดูถูกซะงั้น ทั้งหมดมันไม่ใช่ว่าใครมาเสี้ยมให้พยาบาลกับหมอผิดกัน แต่มันเป็นความกดดันจนถึงขีดสุดต่างหากหละ
ีjack
 
ความคิดเห็นที่ 34 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คงต้องทำใจ หมอนี้อาชีพเทวดา
เอะอ่ะอะไรก็หมอขาดแขลนๆ ก็ไม่เพิ่มการผลิตหมอ
เพื่ออะไร เพื่อจำกัดปริมาณหมอหรือเปล่าเพราะถ้ารับรับหมอจำนวนมาก เวลาจบออกมาเดียวต้องมาแย้งงาน ก็เลยรับพอประมาณไปอย่านี้ไปเรื่อยๆ มีความตั้งใจจะให้เป็นอย่างงันหรือเปล่า
abi
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มองด้านเดียวก็ไม่ถูกครับ
ทรัพยากรที่มีคุณภาพมันมีอยู่อย่างจำกัด เราไปเพิ่มมามันก็เหมือนๆอาชีพอื่นครับ

ถ้าการรักษาคนไข้เป็นเรื่องเล่นๆใครก็รักษาได้ มันคงไม่ต่างอะไรจากการซ่อมรถ คุณก็รู้ว่าเวลาเจอช่างเก่งกับช่างงี่เง่ามันต่างกันอย่างไร เอะอะก็ปกติ
แบบนี้ผมว่ามันก็น่ากลัวครับ

คนเราอยากเท่าเทียม แต่เท่ากันไม่ได้ บางคนเค้าเก่งเนี่ยเค้าเก่งจริงๆครับ ต้องยอมรับว่าเราทำไม่ได้เหมือนบางคน และบางคนก็ทำไม่ได้เหมือนเรา
ถ้าเอาคนไม่ได้เรียนหนังสือหรือความรู้น้อย มาเงินเดือนเท่าเรา ผมก็จะได้ไม่ต้องเรียน
sn
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การผลิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐต้องใช้งบในการผลิตแพทย์ต่อคนตลอดหลักสูตรหลายล้านบาทต่อคน
คนที่จะเรียนแพทย์ได้ต้องเป็นระดับหัวกะทิ ไม่ใช่ใครก็เรียนได้
ปี1เรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ปี2-ปี3เรียนวิชา Pre Clinic เช่น กายวิภาค สรีรวิทยา เอมบริโอ pharmacology histology neurology พยาธวิทยา สอบกันทุกสัปดาห์
ถ้าไม่หัวดี ไม่อึด เรียนไม่ได้แน่นอน
ปี4-ปี5ขึ้น ward สูติ ศัลย. อายุรกรรม เด็ก Ortho. ดมยา x-ray. ตา หู คอ. จมูก. ดูคนไข้ไปสอบไป.
ปี6 extern. ฝึกงานดูแลผู้ป่วยเหมือนแพทย์จริงๆและต้องอยู่เวรกลางคืนด้วย

คุณคิดว่าจะเรียนง่ายมั๊ย

คนที่สอบแพทย์ได้ไม่ได้เรียนจบทุกคนเพราะมันยาก และต้องใช้ความอึดเป็นพิเศษ
^^
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้เปล่าเดียวนี้รับเพิ่มตั้งแยะ บางคนจบ6ปีไปจ่ายยาพาลาเป็นเท่านั้น ใช่ว่ารับแยะๆแล้วได้คุณภาพ
นร.เก่า
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปลดรายได้เขาในโลกนี้มีใครยอม มีแต่ต้องขึ้นเงินเดือนทุกปี ถ้าไม่ให้แตกต่างก็ขึ้นเงินเดือนพยาบาลซิ ทีสส ยังขึ้นเงินเดือนตัวเอง
ใครเห็นด้วย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
sn
ถ้าเอาคนไม่ได้เรียนหนังสือหรือความรู้น้อย มาเงินเดือนเท่าเรา ผมก็จะได้ไม่ต้องเรียน

ถ้าอย่างงัน อ.มหาลัยที่จบปริญญาเอก จาก MIT, Stanford, uc berkeley คุณคิดว่าเขามีความรู้มากหรือน้อยหรือว่ายังเทียบไม่ได้กับพวกคุณ ได้เงินเดือนประมาณ 20,000 บาท ไม่เห็นออกมาบ่น
abi
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
^^
การผลิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐต้องใช้งบในการผลิตแพทย์ต่อคนตลอดหลักสูตรหลายล้านบาทต่อคน
นี้คือหนึ่งเหตุผลที่ชอบเอามาอ้าง

รัฐใช้เงินไปกับรับจำนำข้าวไปหลายแสนล้าน กำลังจะใช้ในการก่อสร้างเกี่ยวกับระบบป้องกันน้ำถ่วม 3.5 แสนล้าน กำลังจะทำโครงการโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้าความเร็วสูง 2.2 ล้านล้าน
แล้วจะไม่สามารถหาเงินมาใช้ในการอุดหนุนการผลิตหมอเชียวหรือ

การเข้าเรียนหมอก็ไม่ได้เข้ามาแบบเดียวกันทั้งหมด มีทั้งแบบทั่วประเทศ แบบโครงการอีกเยอะแยะ เช่น หมอชนบท หมอ 3 จังหวัด หมอมหาลัยที่เปิดใหม่ คุณคิดว่าระดับความสามารถแรกเข้าจะเท่ากันหรือ แต่สุดท้ายพวกเขาก็เรียนจบจนได้ บางคนเข้าเรียนด้วยคะแนนที่ค่อนข้างน้อย (น้อยกว่าคะแนนที่ผมได้ด้วยซ้ำ) แต่เป็นการเข้าแบบโครงการและสุดท้ายก็เรียนจบ
abi
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหา คือ สอบผ่านไม่ ๑๐๐ % ในแต่ละปี สอบ NT ไม่ผ่านมากมาย แม้จะผลิตเพิ่มหลายแบบ ปัญหา คือ คุณภาพ เวลาคุณ ไปหาหมอที่ไม่รู้จัก คุณกล้าถามไหม?...หมอเรียนหมอที่ไหน? เรียนมากี่ปีจบ? เป็นหลักสูครประเภทไหน? สอบกี่ครั้งจึงได้ license..คุณอยากได้หมอแบบไหน?
กลางๆ
 
ความคิดเห็นที่ 32 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
-ปากมันผู้ใด บอกว่าการสร้างสุขภาพสำคัญเท่าเทียมหรือมากกว่าการซ่อมสุขภาพ แต่ก็ไม่เห็นมันผู้น้นจะเห็นค่ากลุ่มที่ทำงานเช่นนั้น พวกนักวิชาการสาธารณสุขทั้งหลายมันก็ทำงานโดยใช้สมอง มันทำงานใกล้ชิดกับชุมชน หมู่บ้านมากที่สุด มันกลับไม่มีมันผู้ใดจะคิดเพิ่มค่าตอบแทนให้มันเหมือนพวกซ่อมสุขภาพ
นายป่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเงินเดือนหมอกับพยาบาลพอ ๆ กัน ต่อไปใครจะเรียนหมอให้เมื่อย
เป็นพยาบาลดีกว่ามั๊ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกเห็นแก่ตัว ถ้าคนเราเรียนเก๋งเหมือนกัน ไม่มีใครหรอกอยากจะเรียนในสิทธิ์ที่มันต่ำกว่า คิดว่าเป็นหมอ จะมีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่นหรือครับ อย่าคิดอะไรในสิ่งที่มันไม่เหมือนชาวบ้าน คนอื่นเรียนสายอื่นมาก็กินข้าว นะครับ ไม่ได้โง่
suksanti2506@windowslive.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้ แม่เจ้า ต่อไปยามกับภารโรง มาขอเงินเดือนเท่าหมอ ทำยังไง? มุมกลับกัน คนมีความสามารถศักยภาพน้อยกว่ามาร้องขอเงินเท่าๆกับคนที่มีศักยภาพมากกว่า อย่างนั้นเค้าเรียกเห็นแก่ตัวหรือเปล่า?
โอ้โฮ เห็นแก่ตัว????ใครกันแน่
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนสายอื่นมาโง่กว่าแน่นอน ยังไม่เทียบความขยัน ตั้งใจ อดทนเรียนตั้งแต่เด็ก ใครๆก้ออยากเรียนสบาย เรียนๆเล่นๆ สบายๆไม่อ่านหนังสือ โง่กว่าครับแน่นอน
888
 
ความคิดเห็นที่ 26 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมืองไทยนี่เรื่องการโกงกินแรงจัดไปทุกหย่อมหญ้าทุกรูปแบบ มันอยู่ยั้งยืนยงได้ก็นับว่าบุญนะเนี่ยะ
เหงือก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พยาบาลควรมาเรียนแพทย์นะ จะได้เงินเดือนเยอะ
ไม่เหลื่อมล้ำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พยาบาลน่าสงสารมาก หมอบ้านนอกไม่ตรวจคนไข้ นอกเวลาราชการรับค่าเวร นอนกินฟรีที่บ้าน ให้พยาบาลตรวจแทน ต้องนอนรพ.หรือส่งตัวไปรพ.จังหวัด ก็ให้พยาบาลเขียนส่งไปเลย ตัวเองไม่ลงมาตรวจ เช้ามาตรวจสักพัก บ่ายกลับไปนอนหรืออยู่คลินิก ลองสำรวจดูได้ คุณพยาบาลครับ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่ท่านจะได้เงินตามภาระงาน รวมตัวกันไว้ อย่าไปยอม คุณหมอหน้าเงิน เกรียงศักดิ์ ไม่พอใจก็ให้มันออกไปเลย เชื่อมั้ยหมอไม่ออกหรอก เพราะอายุมากแล้ว เอกชนที่ไหนก็ไม่รับ อยู่รัฐบาลยิ่งแก่ ได้เงินกินเปล่ามาก ทำงานน้อย เอาเปรียบน้องๆ เพราะฉะนั้นให้มันออกไปเลย
klom
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมไม่เรียนแพทย์ละ เรียนพยาบาลทำไมละถ้าอยากได้ค่าตอบแทนสูงกว่า
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ลองเปิดสอนแบบเสรี รับจำนวนนักศึกษาเยอะๆสิ แบบคณะบริหารธุรกิจบางมหาลัยบางแห่งรับ ปีละ1-2,000คน
ใครเรียนไม่ไหวค่อยรีไทร์ออก
เวลารับสมัครก็สอบเฉพาะคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ อังกฤษ
yes
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทั้งคุณ ข และคุณ ั yes ครับ....ถ้ามันทำได้ง่้ายอย่างที่คิดเขาคงผลิตแพทย์มาเป็นล้านคนแล้วครับ...วิชาชีพกับอาีชีพ profession กับ occupation มันต่างกันมากครับ...ความเป็นวิชาชีพมันต้องใช้ทักษะและความชำนาญสูงมาก การเรียนการฝึกงานฝึกหัด ไม่ใช่มายืนบรรยายแล้วก็เข้าใจกัน แต่ต้องใช้พื้นความรู้ที่แน่นและแม่นยำสูงมากทั้งคนสอนและคนเรียน.....ความผิดพลาดทางวิชาชีพมันก่อความเสียหายต่อสาธารณะชนมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นวิชาชีพบางอย่างถึงต้องใช้เวลาเรียนนานกว่า ฝึกนานกว่า เพื่อจะได้ออกทำหน้าที่ของตนในสังคมอย่างชนิดไม่เกิดความเสียหาย เช่น วิชาชีพแพทย์ วิชาชีพทันตแพทย์ วิชาชีพวิศวกร วิชาชีพทนายความ วิชาชีพบัญชี....วิชาชีพเหล่านี้ถ้าคนเรียนจบแล้วออกไประกอบอาชีพ แต่ทำชุ่ยๆมันก่อความชิหายแก่สังคมโดยรวมและสาธารณะชนได้มาก ตัวอย่างเช่น หมอที่รู้น้อยจะรักษาคนไข้ให้หายได้อย่างไร ทนายความที่เที่ยวไปบอกกฎหมายให้ชาวบ้านแบบผิดๆความวุ่นวายก็ตามา นักบัญชีที่ไปสอนเขาฉ้อฉล คนอื่นก็เิดื่อดร้อน....เพราะฉะนั้นวิชาชีพพวกนี้เมื่อเรียนจบยังต้องมีการฝึกงานต่อเนื่อง.....สอบเอาใบประกอบวิชาีต่อไปอีก....ส่วนอาชีพทั่วไป อย่างบริหารธุรกิจหรือนิเทศศาสตร์ เช่นพวกขายกล้วยแขก...ขายทองม้วน มันอาจะดีกว่าหมอเพราะร่ำรวยได้ แต่ไม่ได้ไปก่อความเดือดร้อนให้สาธารณะชนหากทอดกล้วยผิดวิธี หรือทำทองม้วนออกมาผิดทรงหรือไม่อร่อยแต่ขายได้....เปรียบเทียบมาแบบนี้ไม่รู้ว่าเข้าใจหรือยัง เพราะการสอนแบบของหมอ กับการสอนแบบธุรกิจชนิดยืนบรรยายคนเดียว คนเรียนมีสองร้อยมันต่างกันเยอะ .....ถ้าแพทย์ศาสตร์เรียนง่าย ซิศวกรรมเรียนง่าย นิติศาสตร์เรียนง่าย มันคงไม่มีจำนวนเท่านี้อย่างที่เห็นและสังคมคงไม่เรียกร้องให้ผลิตคนเหล่านี้เพิ่มตลอด นะครับ
คนเก่่า
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่เรียนพยาบาลสอบแพทย์ไม่ได้นะซิคะ. ถ้านางสอบได้คงเรียนแพทย์ไปแล้ว
Enไม่ติดอย่ามาโวย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กูยากตาย
่jaonai2547
 
ความคิดเห็นที่ 22 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนเรียน หมอพยาบาล ก็ยังได้ทำงานใน โรงพยาบาล ที่เรียกว่า ฝึกงานบริษัทโดยตรง รัฐออกให้หมด ในขณะที่สาขาอื่น ยังเคว้ง นั่งเรียนอย่างเดียวต่อไป
dsdd
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดอะไรโง่ๆ
งั้นไล่หมอออก4คนจาก5คนมะ แล้วจ้างคนงานเพิ่มได้อีก40คน
แล้วโรงพยาบาลจะเดินต่อได้มะ ลองดู
ปัญญาอ่อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พยาบาลเขาก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของพวกเขา หมอเรียนหกปีใช้ทุนทำงานอีกสี่ปี เรียนฉพาะทางอีก2-3 ปีจะให้ค่าตอบแทนเท่ากันหรือใดล้เคียงกันไม่รู้เอาตรรกะอะไรคิด อยากได้เท่ากันก็ไปเป็นกรรมกรรับ 300บาทเท่ากันแน่นอน
เอาไหม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กระทรวงสาธารณสุข มีหลายวิชาชีพ แน่นอนเมื่อเปรียบเทียบพยาบาลกับแพทย์ย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดา แต่เมื่อลองเปรียบเทียบ พยาบาลกับวิชาชีพอื่นๆที่เรียน 4 ปีเหมือนกัน พยาบาลมีค่าตอบแทนมากกว่าคนอื่น มีเวลาขึ้นลงเวร ทำงาน 8 ชั่วโมงเหมือนกันยังได้ค่าเวรต่างหาก ขณะที่แพทย์ต้องทำงาน 8 โมงเช้า ถึง 8 โมงเช้าอีกวันจึงจะได้ OT พยาบาลต้องรับผิดชอบกับข้อร้องเรียนอะไรบ้าง เพราะทุกอย่าง รคส.หมด ที่สภาพยาบาลเสียงดังเพราะคนมันเยอะ...
ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมก็มีลูกเรียนหมอการเรียนมันหนักนะครับตีหนึ่งตีสองยังต้องดูหนังสือ เรียนก็หนัก ไอ้รัฐบาลเฮงซวยมันสร้างความแตกแยกประชาชนยังไม่พอยังมาสร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชการอีก งั้นก็ลองปรับค่าตอบแทนกัปตันเครื่องบินกับพนัดงานต้อนรับให้ใกล้เคียงกันหน่อยได้ไหม
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักบินเค้าอยู่เอกชนยกเว้นบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ จะให้เค้าปรับให้ใกล้เคียงกันเพื่อ?!?
ฟาย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนหมอเพราะอยากรักษาคนหรือเปล่าละครับ
หรือคิดว่ารายได้หมอดี
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลองอาชีพอื่นมั่นคงกว่าหมอเงินดีกว่าหมอ ลองถามเด็กที่เรียนเก่งซิมีกีคนที่ยืนยันเรียนหมอ ทุกคนย่อมเห็นแก่ตัวเองก่อน ไอ้ที่เกิดมาเพื่อเสียสละมีน้อยถึงน้อยมาก
หมอก็อย่ากรวย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก้อน่าสงสารนะ ที่ลูกของคุณนะ โง่
คนที่ฉลาด เขาไม่ต้องอ่านมากหรอก ก้อเข้าใจและรู้เรื่อง
มีแต่คนโง่เท่านั้นต้องอ่าน อ่าน แล้วก้ออ่าน เพื่อให้มันจำ
คนโง่คิดว่าตัวเองฉลาด
 
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อาชีพอื่นก็สำคัญ ควรจับมือกันเรียกร้องจากรัฐบาล
รัฐบาลนี้ปล้นประเทศเอาเงินคนทำมาหากินสุจริต
อย่าหยุดเฉย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบุกันว่าไม่เป็นธรรม เหลื่อมล้ำ
งั้นผมขอถามหน่อย มนุษย์เงินเดือนเข้างาน 8 โมง เลิก 5 โมง ทำโอต่อ ผมบอกว่า ผมมาทำงานมากกว่าซีอีโอ ผู้จัดการเลยนะ เพิ่มเงินเดือนผมไม่ให้เหลื่อมล้ำหน่อยซิ ขอห่างกันไม่เกิน 5 เท่านะ
ซีอีโอได้ 5 แสน ผมขอแสนนึง ไม่งั้นผมจะป่าวประกาศว่าไม่ยุติธรรมได้ไหม
จะเอาของสองอย่างมาเทียบกัน ผมว่าพวกคุณน่าจะรู้กันอยู่ว่าทำไมเทียบกันไม่ได้
เต่าทราย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แพทย์เรียน6ปี
พยาบาลเรียน4ปี
แพทย์ตรวจรักษาคนไข้
พยาบาลก็ทำหน้าที่ดูแลให้ยาสังเกตุอาการ ทำแผล เวลาที่ผู้ป่วยนอนใน รพ อาการแย่หรือใกล้จะตายก็อยู่ในการสังเกตุและดูแลของพยาบาลก่อนจะรายงานแพทย์ แพทยืพยาบาลคือผู้ร่วมงาน ไม่ใช่ CEO กับคนงานครับ เราไม่ได้บอกว่าต้องได้เท่าแพทยื
แพทย์อาจจะได้สมควรแล้วหรือยังได้น้อยไปแต่พยาบาลเราได้น้อยมาก เวลาปั้มหัวใจแพทย์1คน พยาบาล4-5คน ก็ช่วยปั้มหัวใจกับมือพยาบาล ฉีดยา วัดชีพจร ตลอดจนตายก็พยาบาลที่ทำศพและดูแลตอนตายครับ
k-creditcard@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเข้าใจผิดอันนี้คือค่าตอบแทนพิเศษไม่ใช้เงินเดื่อน แน่นอนเงินเดือนมันต่างกันอยูแล้ว เงินนนี้เหมือนเบี้ยขยัน ทำงานมากได้มาก หลายทีาตำแหน่งสูงไม่มีเบี้ยขยันด้วยซ้ำ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอไม่ต้องรับผิดชอบกับความอยู่รอดขององค์กร จะมาเทียบกับ CEOได้ไง
ก็แค่พนักงานเหมือนกัน
เงินจะต่างอะไรขนาดนี้
 
ความคิดเห็นที่ 14 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกคนลืมเจ้าหน้าที่แผนกอื่นในโรงพยาบาล ลืมเจ้าหน้าที่ที่อยู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ลืมเจ้าหน้าที่ที่อยู่สำนัหงานสาธารณสุขจังหวัด ทั้งๆที่บุคคลเหล่านี้ก็เป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขให้บรรลุเป้าหมาย
รักเมืองไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค่าโง่เฉลิม...
ต้องจ่ายให้หมอเกรียงศักดิ์ตลอดกาล
ของมันเคย...ยอมไม่ได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระเบิดเวลาที่เฉลิมวางไว้ต่างหาก
มันมาระเบิดในห้วงเวลาของหมอประดิษฐ์
ลิ้ม ฮู้ ชง
 
ความคิดเห็นที่ 12 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่มองเฉพาะแพทย์พยาบาล ไม่มองพนักงานช่วยการ
และคนงาน และเจ้าหน้าที่อื่น ๆที่อยู่ในโรงพยาบาลด้วยหรือ หรือว่าเขาเหล่านั้นไม่มีค่าของความเป็นคน
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดี๋ยวนี้หมอในเมืองไทย
90% เป็นหมอพาณิชย์ไปหมดแล้ว

ชอบอ้างว่าหมอก็มีค่าใช้จ่าย มีลูก มีเมีย เหมือนกัน
เป็นมือปืนรับจ้างรพ.เอกชน
วิ่งรอกหลายรพ. จนหัวขวิด

รักษาแบบเลี้ยง จ่ายยาเกินความพอดี
คงเพราะได้เปอร์เซนต์ค่ายาที่จ่ายด้วย
ถ้าจ่ายเยอะ ตัวเองก็ได้เยอะ

บอกวิธีการรักษาแบบหมกเม็ด
ตกลงรักษาแบบนี้ ตอนหลังถึงได้รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่อีกเยอะ

ถามเยอะ สงสัยเยอะ ก็ไม่ได้นะ
ทำหน้าทำตาไม่พอใจ ไม่อยากตอบ
บางคนก็ตอบคำถามแบบกวน...มาก

เป็นหมอมาได้ แต่กลับลืมจรรยาบรรณแพทย์
นี่ไม่ได้ว่าหมอทุกคนนะ
หมอดีๆก็เคยเจอ ยังมีอยู่
เกลียดหมอพาณิชย์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางที ตอบยากเหมือนกันนะครับ

เช่น หมอจะทำ[ผ่า] ยังไงครับ

ลองบรรยายหมด คงขอกลับก่อน

ส่วนเรื่อง เงิน อยากบอกว่า ให้เท่าไหร่
ก็ไม่มีทางพอ เชื่อดิ
mm
 
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นความอยุติธรรมที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
หลายรพ.เงินบำรุงหร่อยหรอ ถึงขั้นวิกฤตก็เพราะเงินกินเปล่าแพทย์นี่แหละ มีแพทย์คนไหนสนใจมั้ย
แพทย์ 6-7 คนปาเข้าไปหลายแสน
เงินกินเปล่าสำหรับแพทย์ 1 คน สามารถจ้า่งลูกจ้างไว้ช่วยงานรพ.ได้เป็น 10 เลยนะ
มนุษย์พันธุ์พิเศษรึ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค่าตอบแทนทั้งหมดทั้งมวลคือแพทย์เป็นคนคิด ไม่มีอะไรยุติธรรม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้บริหารซึ่งเป็นแพทยืกับนักการเมือง แพทย์ได้เท่าเดิม แต่ควรเพิ่มให้สหวิชาชีพ
k-creditcard@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กว่าหมอแต่ละคนจะจบออกมาได้ คุณรู้บ้างรึป่าวว่าเค้าทุ่มเทแรงกายแรงใจอ่านหนังสือและอดหลับอดนอนมากแค่ไหน (ลองถามตัวคุณเองว่าช่วงเวลา6ปีที่หมอเค้าเรียนมาอย่างหนัก คุณอ่านหนังสือหรือเครียดหนักเท่าเขามั้ย)

แค่ความรับผิดชอบเวลาคนไข้มีปัญหา ก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวแล้ว

เวลาจะเรียกร้องอะไร อย่าดูเฉพาะรายรับ ช่วยดูรายจ่ายและต้นทุนของแต่ละคนด้วย ว่าเค้าใช้ไปมากน้อยแค่ไหน
ถ้างั้นซีอีโอบริษัทก็ควรได้เงินเดือนน้อยกว่าพนง.ส่งของนะ เพราะเหนื่อยน้อยกว่า
 
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จำเป็น สำคัญ มีทางเลือกมากกว่า ก็ต้องได้มากกว่า ถ้าจะเอาเท่ากัน ก็ไปทำให้ตัวเองจำเป็น สำคัญ มีทางเลือกเท่ากับเขาไม่ดีกว่ารึ? ในโลกนี้ไม่มีความเท่ากันมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ไม่งั้นทุกคนจะเหมือนกันหมดจนทุกคนเป็นหมอหยั่งงั้นรึ? ไม่มีพยาบาลเลยเป็นไง ดีไหม? อ้างแต่ว่าทำงานเยอะ ทำงานมาก ทำที่เดียวกัน แล้วไม่อ้างไปด้วยล่ะว่าเป็นหมอเองเลยทั้งๆ ที่ใส่ชุดพยาบาล
ความเท่ากันมีในกระดาษ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +39 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วทั้ง รพ มีหมอ กี่คน มีพยาบาลกี่คน เคยพูดมั้ย หมอต่อคนไข้ พยาบาลต่อคนไข้ อัตรางาน หมอมาราว7 โมง เลิกงาน 5 โมง อยู่เวรต่อ พยาบาลทำงานเป็น เวลา ผมว่าทางออกที่ดีคือหมอเงินเท่าเดิม เพิ่มเงินพยาบาล แล้วลดเงินที่นักการเมืองแบบคุณ แดก จะเป็นทางออกคับ
flyingsnow
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดิฉันเป็นพยาบาลค่ะ ไม่อยากได้เงินเพิ่มหรอกค่ะแต่อยากได้หมอแบบคุณนะค่ะทำงาน7โมงลงเวร5โมงเย็นจักเป็นพระคุณอย่างสูง
ขอแค่เนี้ย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลูกไม่สบายพาไปหาหมอตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนจะ3โมงเช้าอยู่แล้วยังทันหมอที่คลีนิค
ไม่ได้เป็นหมอและพยาบาล
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณหมอก็ทำp4pสิจะได้รู้ว่าใครทำมากทำน้อย
มาคอยแต่แดรกเงินแดรกเปล่าทำไม
หมอหิวเงินเห็นแก่ตัว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้หมอในรพช.ขาดมาก ก็ต้องจ่ายเยอะเพื่อลดแรงจูงใจให้ลาออก (ไม่ใช่จูงใจให้อยู่ต่อ เพราะเอกชนได้มากกว่าหลายเท่า) พยาบาลขาดน้อยกว่า ก็ต้องปรับเป็นสัดส่วน ส่วนนักการเมือง ทุกวันนี้เดือนละแสนกว่า ถ้าจะลดมันก็โวย แต่ลดจริงๆ มันก็ไม่แคร์หรอกครับ ทุกวันนี้ซื้อเสียงเข้ามา จ่ายตั้งมาก เงินเดือนไม่คุ้มหรอก ทำมาหาแดรกโดยการโกงชาติโกงประชาชนถึงจะคุ้ม
vok5.0
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอ รพช ไหนขาด แมร่งโกหกเก่งจังเลย
หมอไม่ขาดแคลนแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่า หมอมาราว7 โมง เลิกงาน 5 โมง อยู่เวรต่อ ที่ถูกต้องคือ มา 4 โมงเช้า ตรวจถึงเที่ยง แล้วกลับไปพักผ่อน 4 โมงเย็นไปเปิดคลีนิต่อ ให้พยาบาลโทรปรึกษาเวลามีคนไข้มาโรงบาล แต่รับเงินค่าอยู่เวร ไม่เชื่อคุณไปถาม จนท.ทั่วไปดู ทุก รพ.
ny_c13@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อืม หมอที่ไหนคะเนี่ยสุดยอดเลย มาราว 7 โมงเลิกงาน 5โมงเย็น ที่เห็นอยู่ที่ทำงานนี่มาราวแปดโมงกว่า สี่โมงเย็นปุ๊บกลับเลย แม้ว่าคนไข้เวรเช้ายังเยอะอยู่ ให้เวรบ่ายตรวจต่อ และแพทย์ออกมาตรวจ 5 โมงเย็น บรรยายไม่หมดค่ะ เยอะเหลือเกินความมีอภิสิทธิ์ต่างๆ
bhandy_23@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ไหมีหมอขยันแบบนั้นบอกด้วย เท่าที่ทำงานมามาสาย กลับก่อน นอนไว ไม่ตื่น ปล่อยให้พยาบาลตรวจแทนเวรดึกตอนเช้ามาเซ็นชื่อทับ รับตังเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย แบบนี้ทุกโรงพยาบาลชุมชน จากคนทำงานโรงพยาบาลชุมชนมา23ปี
kaitip@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมยังไม่เคยเห็นหมอมาทำงานก่อน 9.00 เลยนะครับ 8.00 ผมไปทำงาน หมอเพิ่งมาคลินิค แบบนี้จะเข้างานกี่โมงครับ คิดเอา
คนใน
 
ความคิดเห็นที่ 4 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้หมอบ้านเราไม่ได้ขาดแคลนมาก เราผลิตปีละเป็นพัน แต่ขาดหมอเพราะคนกลุ่มนี้เป็นนักต่อรอง เอาคนไข้เป็นตัวประกัน หมอเคยเห็นทหารที่อยู่แนวชายแดนขอเงินเพิ่มไหม ทหารสามจังหวัดเรียกร้องไหม ทุกคนทุกอาชีพสำคัญกับประเทศนี้หมด เด็กที่เรียนแพทย์หากรับไม่ได้ให้ไปเรียนแย่างอื่นนะครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +91 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่ออกกฏกระทรวง ให้ทุกโรงพยาบาลกำชับเรื่องเวลาเข้างาน ให้บุคลากรทุกคนเข้างานตรงเวลา ใครไม่ทำตามมีโทษถึงไล่ออกจากราชการ

พวกหมอที่เปิดคลินิคส่วนตัวก็ดิ้นพล่านเหมือนหมาโดนน้ำร้อนแล้วครับ ตามชนบทนี่แหละตัวดี 10 โมงกว่าแล้ว ยังอยู่คลินิคตัวเองอยู่เลย อยากทำข้างนอกก็ลาออกไปซิครับ อย่ามาเบียดเบียนภาษีประชาชน
666
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณอย่าคิดมั่วๆ แสดงว่าคุณก็คงไม่เคยเห็นแพทย์ รพ.รัฐเปิดคลินิกเก้าโมงครึ่งเข้างานมาตรวจคนไข้ที่ตึก สิบโมงกว่าออกตรวจเที่ยงปั๊บยังไม่ตรงเผงเลยออกไปคลิกนิก บ่ายโมงกว่าเกือบบ่ายสองถึงเขามาตรวจคนไข้นอก ยังไม่สี่โมงดีก็ออกไปอีกละ คิดให้ดีนะคิดให้ดี ถ้าไม่เคยเห็นลองตระเวนดูตามต่างจังหวัดได้เลย ถ้าคุณทำได้อย่างนั้นก็ดีมาก คุณคงเป้นแพทย์ที่เยี่ยมมากเลย ขอให้เป็นแบบนัันตลอดไปค่ะ
พยาบาล รพช.
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้หมอเค้าไปเปิดคลินิคกันเองเลยดีมั้ย ทำเองกันเลย ไม่ต้องจ้างพยาบาลจ้างแต่ผู้ช่วย แล้วก็คนธุรการ
ส่วนพยาบาลอยากได้เงินเพิ่มแค่ไหนก็ไปเปิดคลินิคของตัวเองเหมือนกัน ละกันนะคะ ไม่ต้องมานั่งกรองเงินจากแพทย์ ทันตะแพทย์ เภสัช แล้วมาเรียกร้องยังงั้นยังงี้
yamaha29@hotmail.com
 
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พยาบาลไม่ขาดแคลนกระทรวงสาสุขผลิตเพิ่มออกมาเพียงพอ
ต้องการแรงจูงใจให้หมออยู่มากกว่า เทียบกันไม่ใด้หรอก เมื่อไรหมอล้นค่อยว่ากันไม่งั้นเรื่องไม่จบ. ไม่ทราบว่าสภาการพยาบาลเคยทำอะไรให้พยาบาลโรงพยาบาลชุมชนบ้าง นอกจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอะไรต่างๆทุกปี
เรื่องความเจริญก้าวหน้าทางวิชาชีพเรื่อง ซี เคยดูแลบ้างหรือเปล่า
P4P
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอไม่มีวันล้นหรอกเพราะหมอถูกคุมกำเนิดโดยแพทยสภา ที่ออกระเบียบเยอะแยะมากมายกีดกันการผลิตหมอเพิ่มเพราะกลัวหมอล้นทำให้รายได้จากอาชีพหมอไม่เป็นกอบเป็นกำ
เดี๋ยวข้ออ้างวิชาชีพขาดแคลนจะใช้ไม่ได้
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอไม่มีวันล้นหรอกเพราะหมอถูกคุมกำเนิดโดยแพทยสภา ที่ออกระเบียบเยอะแยะมากมายกีดกันการผลิตหมอเพิ่มเพราะกลัวหมอล้นทำให้รายได้จากอาชีพหมอไม่เป็นกอบเป็นกำ
เดี๋ยวข้ออ้างวิชาชีพขาดแคลนจะใช้ไม่ได้
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014