หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อีสา รวีช่วงโชติ

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มกราคม 2557 07:50 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 14
        อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 14 (ต่อ)
       
       บรรยากาศยามเช้าละแวกบ้านสวนริมคลอง ริมแม่น้ำ สวยสงบ ที่กลางน้ำแลเห็นเรือลำเล็กๆ ที่เด็กวัดพายพาพระสงฆ์ออกมาบิณฑบาต เคลื่อนเข้ามายังท่าน้ำบ้านแป้น
       
       แป้นถือถาดใบใหญ่ใส่อาหารที่ใส่ห่อใบตองไว้ หญิงโสภาถือขันข้าว รออยู่ด้วยที่ท่าน้ำ แป้นชวนคุย
       “ถ้าวันไหนอยากใส่บาตร คุณหญิงก็มารอตรงนี้ค่ะ พระท่านจะพายเรือมาบิณฑบาตทุกเช้า”
       “วัดอยู่ไกลไหมคะ”
       “พายเรือไปพอเคี้ยวหมากแหลกค่ะ ไม่ไกล คุณหญิงพายเรือเป็นไหมคะ”
       หญิงโสภาส่ายหน้า “อย่าว่าแต่พายเรือเลยค่ะ หญิงว่ายน้ำไม่เป็นด้วยซ้ำ”
       “อุ๊ยตาย ถ้างั้นคุณหญิงต้องระวังนะคะ อย่านั่งเรือไปไหนคนเดียว แถวนี้น้ำแรงนะคะ” แป้นชี้ไปไกล “ตรงกลางแม่น้ำโน้นน่ะ มันเป็นวังน้ำวน ขนาดคนพายเรือเก่งๆ บางทียังล่ม มีคนจมน้ำไปตั้งหลายคนแล้ว”
       หญิงโสภามองตามที่แป้นชี้ไปไกลๆ พอดีสายตาเห็นเรือลำน้อยพายเลียบริมฝั่งมา
       “แน่ะ พระมาแล้วจ้ะ”
       แป้นร้องเรียก “นิมนต์ทางนี้เจ้าค่ะ หลวงพ่อ”
       
       พระพาเรือเข้ามาเทียบท่า ทั้งสองยกมือไหว้ หญิงโสภาสงบเสงี่ยม ส่วนแป้นชวนพระคุยทันที
       “เมื่อคืนเขาว่าระเบิดลงห่างจากโบสถ์ไปนิดเดียว จริงหรือเจ้าคะ”
       พระตอบในท่าทีสำรวม พูดน้อย “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก โยมแป้น”
       หญิงโสภาตักข้าวใส่บาตร แป้นหยิบกระทงกับข้าวใส่บาตร คุยไปด้วยอย่างเมามัน
       แป้นคุยต่อ “ก็ตาทองแกว่า เห็นระเบิดลอยหวือมา แต่มีมือใหญ่เท่าต้นตาล มาปัดระเบิดออกไป”
       พระท่านนิ่งไม่ตอบ ส่ายหัว ยิ้มในหน้านิดเดียว แป้นยังจ้อไม่เลิก
       “มีคนเห็นกันหลายคนนะเจ้าคะ หลวงพ่อ เขาว่ากันว่า องค์พระใหญ่ในโบสถ์ท่านแสดงอิทธิฤทธิ์”
       “อิทธิฤทธิ์เหล้าขาวเสียมากกว่าโยม โยมทองกับพวกกินมาตั้งแต่หัวค่ำ พอดึกๆ ก็เห็นอะไรไปสารพัด” แป้นจะเถียง พระขัด “นิ่งนะโยม พระจะให้พร”
       แป้นจำยอมหุบปาก หญิงโสภาแอบอมยิ้ม พระให้พร
       
       ขณะที่หญิงโสภากับแป้นเดินกลับมาจากใส่บาตร เห็นสมศักดิ์กำลังจะออกไปทำงาน สุขทำงานจุกจิกอยู่บนชานบ้าน
       “คุณสมศักดิ์จะไปแล้วหรือคะ”
       “ครับ ต้องออกเร็วหน่อย ไม่อยากเข้างานสาย นายจ้างญี่ปุ่นมันตรงเวลา”
       “ทำงานกับญี่ปุ่นหรือครับ คุณ” สุขถาม
       “ครับ ตอนแรกทำกับคนไทย แล้วย้ายมาเป็นฝรั่ง ตอนหลัง ก็มีแต่ญี่ปุ่นที่มีเงินจ้างเสมียนได้” สมศักดิ์หันมาพูดกับโสภา “วันนี้คุณหญิงไม่ต้องรอกินข้าวนะครับ ผมอาจจะกลับดึกหน่อย”
       หญิงโสภาครวญ “อีกแล้วหรือคะ”
       สมศักดิ์หน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แล้วยิ้มปลอบ “นายห้างให้พาพวกทหารญี่ปุ่นไปเลี้ยงน่ะครับ” พลางเข้ามาจับมือ ปลอบโยน “เสร็จแล้วผมจะรีบกลับ ไม่ต้องห่วงนะ”
       “ค่ะ”
       สมศักดิ์ออกไป แป้นกับสุขมองเห็นหญิงโสภาหน้าเศร้าๆ สองผัวเมียมองหน้ากัน ด้วยความสงสาร
       
       หญิงโสภาขึ้นมาบนบ้านแล้ว นั่งปะชุนซ่อมเสื้อผ้าของโสภิตพิไล แป้นปลอบใจ
       “เขาเป็นผู้ชาย ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ คุณหญิงไม่ต้องไปห่วงเขาหรอกค่ะเราอยู่บ้าน หาอะไรทำเพลินๆ ไปก็หมดวันแล้ว”
       สุขเสริม “ถึงคุณแกกลับดึก ก็กลับดึกเพราะทำงาน ไม่ได้ไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยนะขะรับ”
       หญิงโสภานิ่งงัน อัดอั้น เพราะในใจคิดสงสัยว่าสมศักดิ์จะไปหาสา
       “วุ้ย มีเมียทั้งสวยทั้งดีเป็นนางแก้วอย่างนี้ จะไปหาเล็กหาน้อยอะไรอีก จริงไหมคะ คุณหญิง”
       หญิงโสภาท้วง “ไม่จริงเสมอไปหรอกค่ะ ดูอย่างท่านพ่อของหญิง ท่านมีหม่อมแม่แล้ว ท่านก็ยังมีหม่อมเล็กๆ อีกไม่รู้เท่าไหร่”
       “เอ่อ อย่าหาว่าอิฉันละลาบละล้วงเลยนะคะ คุณหญิง ไม่ทราบว่าหม่อมแม่ของคุณหญิงนี้เป็นใครหรือคะ ก๊กไหน สายไหน คุณสาบอกแต่ว่าคุณหญิงเป็นเจ้าแต่ไม่เคยบอกเลย ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร”
       หญิงโสภาขอร้อง “แม่แป้นจ๋า อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะจ๊ะ หญิงบอกไม่ได้จริงๆ ไหนๆ หม่อมแม่ท่านก็ตัดหญิงจากความเป็นลูกแล้ว ก็อย่าให้ชื่อของท่าน หรือพระนามของท่านพ่อ ต้องมาแปดเปื้อนเพราะหญิงเลย”
       
       หญิงโสภาเศร้าคิดถึงหม่อมพริ้มผู้เป็นมารดาขึ้นมาจับใจ

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 14
        กรุงเทพฯ โดนระเบิดถล่มหนักอย่างหนักเมื่อคืน เช้าวันนี้หม่อมพริ้มในชุดสบายๆ อยู่บ้าน กำลังเล่าสถานการณ์บ้านเมืองให้ เจิม หวน และจวนที่หมอบฟังกันอยู่ในห้องนั่งเล่น
       
       “กองทัพพวกสัมพันธมิตรบุกเข้าฝรั่งเศสแล้ว เข้าไปรบกับพวกเยอรมัน ส่วนพวกอังกฤษก็จะบุกเข้าพม่า กองทัพญี่ปุ่นก็จะเริ่มถอยร่นลงมา”
       หม่อมพริ้มมองไป พบว่าทุกคนนั่งฟังตาแป๋ว
       “พวกเอ็งเข้าใจกันไหมนี่”
       ทุกคนยิ้มแหยๆ หม่อมพริ้มถอนใจ ท่าทีขำๆ
       “ข้านึกอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ญี่ปุ่นจะแย่ เขาว่ากันว่า อาจจะถึงขั้นแพ้สงครามก็ได้”
       เจิมถามขึ้น “แล้วไทยเราล่ะเจ้าคะ จะยังไง”
       “เราเป็นมิตรกับญี่ปุ่น ก็คงต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยล่ะ ที่แน่ๆ จากนี้ไป เราคงจะโดนทิ้งระเบิดหนักขึ้น
       จวนตาเหลือก “หา! จะหนักไปกว่านี้อีกหรือคะหม่อม”
       หวนกังวลหนัก “แล้วเราจะรอดกันไหม”
       หม่อมพริ้มถอนใจ ทุกคนนิ่งงันไป
       พุดเข้ามาในจังหวะนี้
       “หม่อมคะ มีคนจากตำหนักของเสด็จพระองค์หญิงมาขอพบหม่อมค่ะ”
       “คนของเสด็จป้า?”
       หม่อมพริ้มฉงน เหลียวมองออกไปที่ด้านนอก เห็นชายชราท่าทางสุภาพ เป็นมหาดเล็กเก่า ยืนรออยู่อย่างเรียบร้อย
       “ให้เข้ามา” หม่อมพริ้มแปลกใจหนัก รำพึงเบาๆ “แปลกจริง ตั้งแต่ท่านชายสิ้นไป เสด็จป้าไม่เคยเสด็จมา วันนี้ให้คนมาหา มีธุระอะไร”
       
       ไม่นานหลังจากนั้น หม่อมพริ้มซึ่งแต่งตัวใหม่ สวยเรียบทว่าดูสง่า เดินเข้ามาในตำหนักเสด็จป้า จูงมือชายรวีที่แต่งตัวน่ารัก ดูเรียบร้อยเต็มยศ มีเจิมถือกระเป๋าตามหลัง มหาดเล็กเดินนำหน้าไป
       หม่อมพริ้มกระซิบอธิบาย “เดี๋ยวชายไปกราบเสด็จย่าสวยๆ นะคะ แล้วจำได้ไหมคะ ว่าต้องพูดว่ายังไง”
       “ชายขอถวายพระพรให้เสด็จย่าทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์” คุณชายน้อยยิ้ม “ถูกไหมคะ”
       “เก่งมากค่ะ เสด็จย่าของชายพระชนมายุมากแล้ว ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย ชายต้องกราบทูลชัดๆ ดังๆ นะคะ”
       “ค่ะ หม่อมแม่”
       
       ภายในห้องนอนแห่งนี้ ตกแต่งแบบไทยๆ เห็นเตียงใหญ่ตั้งตรงกลาง บนนั้นเสด็จป้านอนเอนๆ อยู่ มีผ้าแพรคลุมคล้ายคนไม่สบาย หน้าตาเสด็จดูแก่ชราร่วงโรยไปมาก ผมขาวโพลนทั้งหัว แต่ยังแต่งตัวสวย ดูเปี่ยมบารมีเหมือนเดิม ด้านหลังเตียง มีสาวใช้คอยดูแลพัดวี
       หม่อมพริ้มพาชายรวีคลานไปด้านหน้า แล้วกราบลง เจิมอยู่ห่างออกไป
       “ไหน แม่พริ้ม พาหลานชายมาให้ดูหน้าใกล้ๆ ซิ”
       หม่อมพริ้มพาชายรวีเข้าไปข้างเตียง เสด็จป้ามองดูชายรวี ทอดยิ้มให้
       “หม่อมฉัน รวีช่วงโชติ รวีวาร กราบเสด็จย่า และขอถวายพระพร ให้เสด็จย่าทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ หายจากโรคภัยไข้เจ็บไวๆ กระหม่อม” ชายรวีพูดจาฉะฉาน
       เสด็จป้า ยิ้มเอ็นดู “ย่าขอบใจนะ” แล้วหันไปพูดกับหม่อมพริ้ม “แต่คราวนี้คงจะสู้ไม่ไหว ฉันอยู่มานานแล้ว ออกจะเหนื่อยเต็มที”
       “อย่ารับสั่งอย่างนั้นสิเพคะ”
       “ฉันรู้ตัวดี แม่พริ้ม ที่เรียกให้มาหาวันนี้ ก็เพราะอยากจะจัดการเรื่องอะไรๆ ให้มันเรียบร้อย เรื่องวังรวีวารน่ะ...” เสด็จหยุดหายใจ
       “หม่อมฉันจะพยายามดูแลอย่างสุดความสามารถเพคะ เสด็จป้าไม่ต้องกังวลพระทัย”
       เสด็จป้าส่ายหน้าบอก “มันใหญ่โตเกินไป สิ้นพ่อโชติแล้ว หล่อนก็เหลือตัวคนเดียว จะไปดูแลอะไรได้” พลางจับมือหม่อมพริ้ม “ขายเสียเถอะ แม่พริ้ม คืนให้หลวงไปก็ได้ไม่มีใครตำหนิหล่อนดอก” เสด็จป้าหยุดพักหายใจ “ขายวังรวีวารซะ แล้วมาอยู่ที่นี่ ฉันยกบ้านนี้ให้หล่อน”
       หม่อมพริ้มตื้นตัน “เป็นพระกรุณาเพคะ”
       “ฉันมีเงินเหลืออยู่อีกก้อน จะให้หล่อนไว้ หล่อนต้องส่งเสียชายรวีให้เรียนสูงที่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
       “เพคะ”
       “รวีช่วงโชติ มานี่สิ”
       หม่อมพริ้มพาชายรวีมานั่งจนชิด เสด็จป้าจับมือหม่อมพริ้มและชายรวีเอาไว้
       “เธอเป็นทายาทผู้สืบสกุลรวีวาร เกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งราชสกุลรวีวาร ถือเป็น หน้าที่ของเธอ ที่จะต้องบำรุงรักษา ให้คงอยู่ตราบชั่วลูกชั่วหลาน” เสด็จป้าหันมาทางหม่อมพริ้ม “แม่พริ้ม หล่อนรับปากกับฉันได้ไหม”
       “เพคะ หม่อมฉันสัญญา...ชายรวีจะรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีของรวีวาร ไว้เท่าชีวิตของเขาเองเพคะ”
       
       หม่อมพริ้มรับปากอย่างหนักแน่น เสด็จป้ายิ้มพอใจ ก่อนจะหลับตาลง ร่างแบบบางของหญิงชรานิ่งสนิท
       
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 37 จบบริบูรณ์
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 36
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 35
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 34
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 33
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกค่ะ รอตอนที่15ค่ะ
ปรุงจิต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จากรัก3เส้า กลายเป็นรัก4เส้าแล้ว รอตอนต่อไปนะคะ
T
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกจังเลยคะ ขอบคุณมากๆคะ
อยากอ่านตอนต่อไปแระ^^
สมศรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014