หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 ธันวาคม 2556 09:45 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
        คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       คุณหญิงศรีเดินหน้าเฉยลิ่วมาที่เรือน เมี้ยนวิ่งตามมา ดักหน้าคุกเข่าตรงหน้า
       
       “คุณหญิงเจ้าขา เมี้ยนกราบขอโทษที่ทำจนคุณหญิงต้องตัดสินใจ เอ้อ...”
       “เมี้ยนเข้าใจผิด ฉันก็เกือบจะเข้าใจผิด สามีของฉันท่านเป็นสุภาพบุรุษมาก ท่านไม่ได้ใช้อำนาจในความเป็นสามีฉันทำสิ่งที่ฉันยังไม่ยินยอมพร้อมใจ ท่านให้เกียรติฉันมาก”
       เมี้ยนดีใจมากเข้าเกาะเอวคุณหญิง
       “คุณหญิง เมี้ยนดีใจจริงๆเจ้าค่ะ”
       คุณหญิงศรีแกะมือเมี้ยนออก
       “อย่าทำอย่างนี้ให้บ่าวไพร่เห็นอีก ขนาดไม่เคยเห็น มันยังเอาไปพูดเล่นสนุกปาก วาดภาพเอาเองต่างๆนานา”
       “เมื่อสักครู่คุณหญิงห้ามเมี้ยนทำไมเจ้าคะ เมี้ยนจะให้บทเรียนกับมันสองคนพี่น้องให้สาสม”
       “ฉันกำลังจะใช้ให้มันทำตัวให้เป็นประโยชน์กับฉัน”
       “หมายความว่าคืนนี้ คุณหญิงจะให้มันคนใดคนหนึ่ง มาเอ้อ...”
       “ใช่”
       “นั่นศัตรูที่มันจ้องโค่นล้มคุณหญิงนะเจ้าคะ” เมี้ยนไม่สบายใจ
       “อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ให้มันรู้ว่าเรารู้ว่ามันรู้สึกอย่างไรกับเรา นิ่งดีที่สุด”
       “มันแสดงออกจนทุกคนเห็นนะเจ้าคะ”
       “ก็ให้อภัยมันสิ ทะเลาะกับคนต่ำต้อยกว่า ใครก็มองว่าเรากดขี่เขา”
       “แต่ถึงอย่างไร พวกมันสมควรโดนกำจัดโดยเร็วเจ้าค่ะ“
       “กำจัดศัตรูหนึ่งคน เท่ากับหาศัตรูเพิ่มอย่างน้อยก็สอง สามหรือสี่ หรือมากกว่านั้น ญาติพี่น้องเพื่อนพ่อแม่ของศัตรู จะต้องแก้แค้นเราต่อไปแก้แค้นกลับไปกลับมาไม่จบสิ้นนะเจ้าคะ”
       “แล้วคุณหญิงจะทำอย่างไรกับพวกมันเจ้าคะ”
       “เอามันมาเป็นพวกหนึ่งคน เพิ่มมิตรได้อย่างน้อยสอง สาม สี่หรือมากกว่านั้น”
       “คุณหญิงใจดีใจกว้างเกินไป บางคนเราเปลี่ยนนิสัยมันได้ แต่บางที ทำอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนคนมีสันดานหยาบแท้จริงได้เจ้าค่ะ”
       “เราจะลองพยายาม”
       “จะเรียกมันมาคืนนี้จริงๆหรือเจ้าคะ”
       คุณหญิงศรีพยักหน้า
       “ต้องเรียก ฉันตัดสินใจแล้ว คืนนี้ มันคนใดคนหนึ่งจะได้ไปปรนนิบัติท่าน”
       “เพื่ออะไรเจ้าค่ะ”
       “ตอบแทนท่าน เจ้าคุณท่านให้เกีรยติฉันมาก ฉันไม่อาจหลอกลวงใช้เล่ห์กลกับท่านได้ตลอดชีวิตนะเมี้ยน”
       “แต่…”
       “ต่อให้เมี้ยนแต่อีกร้อยครั้งฉันก็ยืนยันเช่นเดิม ฉันเคยฟังเมี้ยนเสมอแต่ครั้งนี้ อย่างไรก็ไม่ฟัง”
       พูดจบคุณหญิงศรีเดินหนี เมี้ยนได้แต่มองตามหนักใจ
       
       คุณหญิงศรีกลับมานั่งครุ่นคิดในห้องอาหาร เจ้าคุณที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วพร้อมไปทำงาน เดินมากอด
       “ไปดูเบรกฟาสท์มาเรียบร้อยแล้วหรือ เบบี้”
       “ค่ะ เมี้ยนกำลังจะไปจัดการให้สังวรสังเวียนยกมาให้ค่ะ”
       “แทงคิ้ว ไอ เลิฟ ยู”
       เจ้าคุณหอมแก้มคุณหญิงศรี เมี้ยนแอบเบือนหน้าถอนใจ
       
       สะบันงา แม้ยังกลัวแต่ก็หิวมากแล้ว มองไปเพื่อจะออกไปจากใต้สะพาน เรือลำหนึ่งผ่านไป
       สะบันงามองคนในเรือที่มีผ้าคลุมหน้าพันโผล่มาเพียงดวงตากับหน้าผาก
       “จริงสิ ถ้าเราคลุมหน้าเหมือนคนในเรือนั่น แต่ผ้าเล่า”
       ผ้าผืนหนึ่ง พลัดปลิวมาที่ใต้สะพานใกล้สะบันงาหลบซ่อน สะบันงา มองลงไปในน้ำ เห็นเงาในน้ำหน้าตาสวยงาม แล้วนึกถึงที่แกละพูด
       “สวยมากเกินไป จะเป็นภัยแก่ตัวเองนะอีหนู”
       สะบันงาหยิบผ้าผืนนั้นมาคลุมปิดใบหน้าไว้ สะบันงามองไปในน้ำอีกครั้งเห็นตัวเองมีผ้าคลุมหน้า
       ปิดไว้ทั้งหมด เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น เธอจึงออกมาจากใต้สะพาน
       
       คุณหญิงศรีกับเมี้ยนมาตามหาสะบันงาด้วยกันที่เยาวราช
       “ฉันสงสัยว่าเด็กที่ปานวาดพบ อาจจะเป็นสะบันงา” คุณศรีบอกอย่างมั่นใจ
       “คุณหนูปานวาดเธอบอกว่าเด็กนั่นขาเป๋ หน้าตามอมแมมนะเจ้าคะ”
       “เพื่อความมั่นใจ เราควรไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ปานวาดบอกไว้”
       สองคนมุ่งหน้าไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว
       
       กวงเดินเขยก หัวแตกพันหน้าไว้ ทำก๋วยเตี๋ยวขาย บ่นไปด้วย
       “ชีช้ำแท้ๆ นังเด็กตัวร้ายมันรอดตัวไปได้ ถ้าเจออีกเมื่อไหร่จะไม่ให้หลุดมือไปอีกทีเดียว”
       สะบันงาเดินผ่านมาหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวกวง กวงหันมาร้องบอก
       “นั่ง นั่งนั่ง กินอะไรสั่งได้”
       สะบันงา เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอสะบันงาพ้นไป คุณหญิงศรีกับเมี้ยนเดินมามองหน้าร้านกระซิบกัน
       “น่าจะร้านนี้เจ้าค่ะ คุณหญิง”
       สองคนเข้าไปในร้าน
       
       สะบันงามายืนหลบห่างมาจากร้าน แอบใจสั่น
       “โอ๊ย กลัวมันจำเราได้จะแย่ ถ้ามันจำเราได้... มัน..ไม่กล้าคิด…”
       สะบันงามองหน้าตัวเองในกระจกของร้านใกล้ๆ คิดว่าไม่น่าจะมีใครจำได้ มีคนตาบอด เดินผ่านไปใช้ไม้เท้า เคาะๆ
       “มีผ้าคลุมหน้าแล้ว ถ้าแถมด้วยการตาบอดเล่า”
       
       สะบันงาคิดบางอย่างได้

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
        คุณหญิงศรีกับเมี้ยนเดินเข้าไปนั่ง
       
       “ฉันจะกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้”
       “ไม่เห็นมีเด็กรับใช้ขาเป๋ที่คุณหนูปานวาดเธอว่านะเจ้าคะ” เมี้ยนมองไปทั่วๆ
       “เรามีปากไว้ถาม ไม่ได้มีไว้กินหรือด่าคนเท่านั้น”
       กวงเดินมาถาม
       “จะกินอะไรสั่งมา”
       “กินแน่ แต่ขอถามก่อนกิน นี่คุณหญิงศรี”
       “โฮ้ย คุณหญิงอีกแล้ว เมื่อวานก็คุณหญิง มาตบตีคนของอั๊ว”
       “ฉันนี่แหละเพื่อนคุณหญิงเมื่อวาน อาแป๊ะก็ตบตีคนของตัวเองด้วยไม่ใช่หรือ” คุณหญิงศรีย้อน
       “ก็เด็กมันซุ่มซ่าม”
       “วันนี้เด็กทำไมไม่มา”
       “หนีไปแล้ว ขโมยเงินไปด้วย มันเด็กกะล่อน หน็อยทำหลอกว่าขาเป๋”
       คุณหญิงศรีกับเมี้ยนตื่นเต้น
       “หลอกว่าขาเป๋”
       “แปลว่าเด็กนั่นไม่ได้ขาเป๋ หน้าตาเด็กเป็นยังไง”
       กวงไม่พอใจ
       “อย่ามาซักมาถาม จะขายของ”
       “ขายหมดทั้งร้านนี่ได้เงินเท่าไหร่”
       “ถามทำไม”
       “เพราะคุณหญิงจะเหมาก๋วยเตี๋ยวแกทั้งหมดน่ะสิ”
       กวงตะลึง
       “ว่าอะไรนะ”
       “หยุดขาย แล้วมานั่งคุยกับฉันเรื่องเด็กคนนั้น สัญญาว่าแกจะพูดแต่ความจริง”
       กวงแบมือยิ้ม บอกจำนวนเงิน
       “สองร้อย”
       เมี้ยนส่งเงินให้
       “ยอมพูดความจริงมา หรือว่าจะให้บอกตำรวจมาจับ เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน”
       “มันไปแล้วจริงๆ”
       “ทำไมถึงไป แกจะปล้ำเด็กใช่ไหม” คุณหญิงศรีถามเสียงเข้ม
       “เฮ้ย เปล่านะ เปล่า”
       “หน้าตาแกมีพิรุธ คุณหญิงเจ้าขา เมี้ยนจะให้นายยอดไปเรียกตำรวจมาสอบสวนมันดีไหมเจ้าคะ”
       คุณหญิงศรีจ้องหน้ากวง
       “บอกความจริงฉันหรือจะบอกตำรวจ บอกฉันฉันเพิ่มเงินให้ บอกตำรวจแกติดคุก”
       เมี้ยนลุก กวงโบกมือห้าม
       “แหม ก้อใครจะอดใจไหวในเมื่อเด็กมันสวยขนาดนั้น”
       “สวย”
       “แต่มันเอาโคลนพอกหน้าปิดบังความสวย จนหน้าดำ”
       “มิน่า ปานวาดถึงจำไม่ได้ เด็กชื่ออะไร”
       “สะบันงา”
       คุณหญิงศรีกับเมี้ยนตื่นเต้น เมื่อได้ฟังอย่างนั้น
       “เมี้ยน แกรู้ไหมว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร” เมี้ยนรีบถาม
       “ลูกโสเภณีหลงทาง”
       “น้องสาวฉันเอง” คุณหญิงศรีบอกทันที
       “หา” กวงตกใจ
       “ทีนี้บอกมาให้หมดต่อไปว่าเกิดอะไรขึ้น”
       “อั๊วปล้ำสะบันงา”
       เมี้ยนชกโครม
       “โอ๊ย ดูหน้าผากก่อนสิ อีเอาสากกระเบือฟาดหน้าอั๊ว แล้วหนีไป”
       สองคนมองหน้ากวงเห็นจริง
       “จำเอาไว้ให้ดี แกอยู่แถวนี้ ถ้าหากพบสะบันงาอีก แกไปขอโทษ แล้วบอกว่า ฉันกำลังตามหา เอาที่อยู่ของฉันให้สะบันงา แล้วแกจะได้ทองหนึ่งบาท”
       กวงยืนตะลึง ดีใจมาก
       
       คนละฝั่งกับที่คุณหญิงศรีและเมี้ยนเดิน สะบันงาเดินถือไม้เท้า ทำตัวเป็นคนตาบอดเดินไปเรื่อยๆ คุณหญิงศรีกับเมี้ยนเดินออกมาจากร้านอากวงโดยไม่เห็นกัน
       “สะบันงาน่าจะหลบอยู่ในย่านนี้เจ้าค่ะ คุณหญิง”
       “หลบอยู่ย่านนี้มันน่ากลัวมากนะเมี้ยน ยิ่งเวลากลางคืน”
       “เจ้าค่ะ เหมือนกับตอนที่คุณหญิงพบเมี้ยนเมื่อสิบกว่าปีก่อน คุณหญิงอายุประมาณสะบันงาตอนนี้ นึกถึงวันนั้นทีไรหัวใจมันอิ่มเอิบว่าในที่สุดก็มีคนเหลียวแลเมี้ยน”
       “นี่ อย่ามัวแต่เล่าความหลัง ช่วยกันส่ายตามองหาเผื่อว่าสะบันงาจะเดินแถวนี้...ใครหน้าตามอมแมมหรือ หรือพิการ ให้จับตามองเป็นพิเศษ”
       “สะบันงาฉลาดนะเจ้าคะ รู้จักจะปลอมตัว”
       “ฉันมองออกว่าเด็กคนนี้ฉลาด ถ้าดูแลให้ดี ต่อไปจะได้ดี ไม่อย่างนั้น ฉันคงท้วงติงคุณศุกลไปแล้ว”
       คุณหญิงศรีห่วงสะบันงามาก
       
       อาแปะขายของต่อ แม้ว่าจะได้เงินจากคุณหญิง เพราะคุณหญิงไปแล้ว
       “โชคดีจริงๆน้อ ได้เงินสบายๆ แถมได้ทองอีกหนึ่งบาท สะบันงาคนสวยกลับมานะจ๊ะ สาบานว่าจะไม่แตะต้องให้ระคายเคือง”
       สะบันงาเคาะไม้เท้าเดินข้ามถนนมาที่หน้าร้าน
       “จะกินก๋วยเตี๋ยวหรือเปล่า ไม่กินหลีกไปให้พ้นหน้าร้าน”
       “ฉันตาบอด ขอโทษด้วย มองไม่เห็น”
       “อ้อตาบอด จะมาขอทานหรือ ไม่ให้หรอก”
       “เปล่าฉัน มาเอ้อ... มาเอ้อ... มารอเพื่อน”
       “ตาบอดแล้วเพื่อนมาจะเห็นกันหรือ”
       “เพื่อนไม่ได้ตาบอด ถ้าเขาเห็นฉันเขาก็จำได้เอง ขอนั่งแถวนี้ได้ไหม”
       “ไม่ได้ นอกจากว่าจะล้างจานเป็น จะให้กินก๋วยเตี๋ยววันละชามแลกค่าล้างจาน”
       “ขอบใจมาก”
       สะบันงาทำเคาะๆไม้แล้วไปทรุดนั่ง ห่างไปจากร้านของแปะกวง คนผ่านมาโยนเงินให้
       “มันไม่ใช่ขอทาน ไม่ต้องให้เงินมัน มันตาบอดมารอเพื่อน” กวงตะโกนบอก
       “น้าแกละ คุณปานวาด จะมีใครผ่านมาทางนี้บ้างสักคนไหมหนอ”
       สะบันงานั่งรอว่าจะมีใครที่รู้จักผ่านมาสักคนไหม
       
       คุณหญิงศรีกับเมี้ยนผิดหวังกลับมาบ้าน แกละนำจดหมายมาส่งให้
       “คนรถบ้านเจ้าสัว เอาจดหมายจากน้องชายคุณหญิงที่อยู่เมืองนอกมาให้ค่ะ”
       คุณหญิงศรีรับมา
       “ขอบใจมากแกละ ต่อไปนี้ฉันอนุญาตให้แกละออกไปตามหาสะบันงาได้ทุกวันจนกว่าจะพบ”
       “ค่ะ”
       “คุณหญิงท่านมั่นใจว่าสะบันงาไม่ได้ไปไหนไกล น่าจะหลบอยู่แถวนั้น” เมี้ยนอธิบาย
       “บางทีสะบันงาอาจจะคิดว่า จะเจอแกละแถวนั้นโดยบังเอิญ เหมือนวันนั้นอีกก็ได้”
       “ค่ะดิฉันจะบอกเฮียซ้งให้ญาติเขาช่วยตามหาอีกแรงด้วยค่ะ”
       “ขอบใจมาก แกละ ไปเถิด”
       เมี้ยนเดินมากระซิบถามแกละ ขณะที่แกละกำลังถอยออกไป
       “นางสองพี่น้อง อยากได้ใคร่ดีนั่นมันเป็นอย่างไรกันบ้าง”
       “มันกำลังโทษกันเอง ว่าอีกฝ่ายยุแหย่ให้นินทาคุณหญิงค่ะ”
       
       “พออยากได้ดีก็ขมีขมันช่วยกัน พอเกิดเหตุเพทภัยแม้พี่น้องก็แทบจะฆ่ากันตาย นี่แหละมนุษย์”
       
       คุณหญิงส่ายหัว

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
        จากนั้นคุณหญิงศรีเปิดจดหมายของศุกลออกมาอ่าน
       
       “กราบพี่ศรีที่เคารพรัก
       
       ผมไม่มีความสุขหรือสนุกสบาย ไม่มีแก่ใจจะเรียนเรื่องการค้าที่คุณเตี่ยสั่งเอาไว้แม้แต่น้อย ผมจึงตัดสินใจเรียนวรรณคดีที่ผมรัก ทั้งที่รู้ว่ากลับไปคุณเตี่ยกับคุณแม่ใหญ่ต้องผิดหวังและโกรธ แต่ผมอยากตัดสินใจเลือกทางชีวิตของผมเอง เรียนวรรณคดีนี่ไม่นานหรอกเป็นคอร์ส ตัวผมอยู่ที่นี่แต่หัวใจผมทิ้งไว้ที่แพริมคลองจนหมด ฝากดูแลสะบันงายอดรักของผม หวังว่าพี่ศรีคงดูแลเธอไว้ให้ผมอย่างดี บอกเธอด้วยว่าผมคิดถึงเธอทุกลมหายใจ ผมส่งความรักของผมไปให้เธอทุกเช้าค่ำ ผมวาดภาพเธอจากจินตนาการ ใส่กรอบตั้งไว้ที่หัวเตียงแล้วบอกรักเธอทุกวัน อย่าหาว่าผมบ้า ผมรักเธอจริงๆ ผมจะกลับไปแต่งงานกับเธอ แต่ถ้าผมไม่ได้แต่งงานกับเธอผมนี่แหละต้องเป็นบ้าอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ผมอยากกลับบ้านเป็นที่สุด
       รักและเคารพพี่ศรีมาก
       
       ศุกล”
       
       คุณหญิงศรีอ่านจดหมายน้องชายแล้วยิ้มเศร้าๆ
       “พี่เข้าใจ พี่ไม่คิดว่าเธอบ้าคนจิตใจอ่อนไหวนิสัยอ่อนโยนอย่างเธอคงบ้าแน่นอน ถ้าพลาดหวังจากสะบันงา พี่ขอโทษ พี่จะตามหาสะบันงาให้พบโดยเร็วที่สุด”
       เมี้ยนมาใกล้ๆ
       “คุณศุกลเธอสบายดีไหมเจ้าคะ”
       คุณหญิงศรีส่ายหน้า
       “ไม่สบายเลย เขาอยากกลับบ้าน เขาคิดถึงสะบันงามาก”
       “คุณหญิงจะบอกคุณศุกลเรื่องสะบันงาไหมเจ้าคะ”
       “บอกให้เขาบ้าตายน่ะสิ เมี้ยนก็รู้ดีว่าเขาจิตใจไหวเอนไปกับทุกเรื่องราวหน้าที่เราสองคนตอนนี้ต้องไม่ให้เขารู้ตอนกลับมา รีบตามหาสะบันงาให้พบให้ได้”
       “เจ้าค่ะ คุณหญิงช่างรักน้องเหลือเกินนะเจ้าคะ”
       “ศุกลเขาก็รักฉันมาก เราสนิทกัน เล่นด้วยกัน ฉันออกปากทำบ้าบอแหวกแนวยังไงศุกลก็ไม่เคยขัด แล้วฉันไม่ทำทุกอย่างเพื่อน้องคนนี้ได้หรือ” คุณหญิงศรียิ้มเศร้าๆ
       
       สะบันงามาที่ท่าน้ำ มองไปเห็นแพของแม่และตัวเอง ยังจอดอยู่ที่นั่น
       “แพของเรา แม่จ๋าถ้าเราไม่โดนไล่จากริมคลองบ้านเจ้าสัว ชีวิตเราสองคนคงไม่แตกสลายอย่างทุกวันนี้”
       ฮ้งที่อยู่แถวนั้น เดินมามองสะบันงา เอามือมาวนๆที่หน้า
       “ตาบอดนี่นา”
       “เอ้อ ใช่จ้ะ ฉันตาบอด พี่ชายอยู่แถวนี้หรือจ้ะ”
       “ใช่ คุมอยู่แถวนี้ เพิ่งบังคับซื้อแพราคาถูกเหมือนได้เปล่ามาจากสองแม่ลูกหน้าโง่คู่หนึ่ง”
       “อ้อ คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาดถูกไหมจ้ะ”
       “อุบ๊ะตาบอดแต่สมองไม่เบี้ยว พูดจาฉลาดนี่ บ้านอยู่ที่ไหนล่ะ”
       ฮ้งมองสะบันงาทำท่าจะเอามือมาเปิดผ้าบังหน้า เพราะนึกว่าเธอมองไม่เห็น
       “แถวนี้แหละจ้ะ ไปก่อนนะจ๊ะ พี่ชาย” สะบันงาถอยหนีแบบเนียนๆ
       “เดี๋ยวสิ ทำไมต้องปิดหน้าหรือว่าเป็นคนอินเดีย”
       “ไม่ใช่หรอกจ้ะ แต่หน้าตาฉันอัปลักษณ์มาก โดนไฟไหม้จนตาบอด”
       สะบันงาเห็นท่าไม่ดีรีบหันกลับ แต่ไม่พ้นโดนกระชากแขนโดยแรงและดึงผ้าคลุมหน้าออก ฮ้งตะลึงเพราะจำได้
       “อีหนู นี่เอง”
       สะบันงากระชากผ้ากลับ ฮ้งพยายามจับตัวไว้ ดึงกันไปมา สะบันงากระโดดหนีลงไปในน้ำ
       “เฮ้ย”
       สะบันงาดำน้ำหายไป ฮ้งชะโงกมองตาม
       “หนีเร๊อะ หนีไม่พ้นหรอก อีหนู”
       แกละมาแตะแขน
       “จะกระโดดน้ำเล่นตอนมืดไปทำอะไรน่ะเฮียฮ้ง”
       ฮ้งหันมา
       “แกละ มาทำอะไรแถวนี้”
       “มาตามหาเด็กลูกเพื่อนที่เฮียซื้อแพ แม่มันตายแล้วลูกมันโดน คนใจทรามปล้ำแต่มันหนีรอดไปได้ ฉันเลยมาตามหามันเผื่อว่ามันจะมาแถวนี้ เฮียเจอบ้างไหมล่ะ”
       “ไม่เจอ”
       “เด็กคนนี้ คุณหญิงเจ้านายฉันรักเหมือนน้องสาว ถ้าใครเจอเด็ก แล้วพาไปส่งท่านจะให้ทองหนักหนึ่งบาท”
       “โอ้โฮ จะช่วยหาให้พบ แล้วจะรีบส่งข่าว” ฮ้งโลภทันที
       “ขอบใจ จะไปหาต่อที่อื่น ไปละ”
       แกละเดินจากไป ฮ้งทุบหัวตัวเอง
       “ไอ้โง่เอ๊ย ทองบาทหนึ่งอยู่ในมือดันขว้างทิ้ง”
       ฮ้งรีบไปที่ริมท่าน้ำ ส่ายหน้าหาป้องปากตะโกนเรียก
       “อีหนู อีหนู ไม่ต้องกลัว ไม่ทำแล้ว กลับมา กลับมา จะพาไปหานางแกละ”
       เงียบเชียบไม่มีเสียงตอบรับไม่มีอะไรในน้ำ
       
       สะบันงาตัวเปียกปอน มานั่งน้ำตาไหลหลบแอบอยู่ใต้สะพาน
       “ทำไมทุกคนใจร้ายกับเรานัก คุณหญิงเจ้าขาอยู่ที่ไหนทำไมไม่ตามหา สะบันงาบ้างเจ้าคะ สะบันงากลัวเจ้าค่ะ”
       
       เจ้าคุณกับคุณหญิงศรีนั่งทานอาหารด้วยกัน
       “เมี้ยนหาน้องสาวของศรีพบหรือยังจ้ะศรี” เจ้าคุณถามอย่างเป็นห่วง
       “ยังค่ะ”
       “มิน่า ศรีดูมีกังวลตลอดเวลา”
       “ฉันไม่ค่อยสบายด้วยค่ะ เป็นเช่นนี้เสมอทุกครั้ง ในรอบหนึ่งเดือน”
       “เข้าใจแล้ว ศรีพักผ่อนตามสบาย ฉันไม่รบกวนศรีหรอก”
       “เอ้อ ฉันขอโทษนะคะ แต่คืนนี้ ฉัน... ฉัน...”
       “เข้าใจแล้ว ศรีไม่ต้องขอโทษ ไม่เป็นไรผัวเมียกันพูดกันตรงๆ ฉันสบายใจ”
       “ขอบคุณมากค่ะ แต่…”
       “บอกแล้วว่าไม่เป็นไร”
       คุณหญิงศรีพยายามจะบอกแต่ยังพูดไม่ออก เจ้าคุณก็ได้แต่แปลกใจ
       
       ห้องพักของสังวร สังเวียน สองคนพี่น้องกำลังทะเลาะกัน มีน้อยกำลังถือไม้กำไว้ในมือ
       “ไม่เห็นจะต้องมาจงมาจับ แกเป็นน้องแกก็ไปหายัยคุณหญิงให้มันด่าไปสิ” สังวรโวย
       “พูดบ้าๆ พี่สังวรเป็นพี่ก็เสียสละให้มันด่าไปสิ ทำไมมาเคี่ยวเข็ญฉัน”
       “ฉันกลัวมันทำโทษเอาแรงๆนี่นา แกไม่เห็นตามันหรือตอนที่มองมาน่ากลัวจะตายไป”
       “ฉันก็กลัวเหมือนกันนี่นา ตามันเย็นๆบอกไม่ถูก”
       “แกสองคนอย่ามัวเถียงกันหรือจะให้ท่านรอนาน จนขุ่นเคือง จับไม้ซะ”
       สองคนมองหน้ากันน้อยยื่นไม้ไป สังวรจับ สังเวียนจับแล้วเอาไม้มาเทียบกัน สังวรจับได้ไม้ยาว
       “ซวยแล้วกู” สังวรกลัวมาก
       สังเวียนดีใจ
       “ไชโย ฉันไม่ต้องไปให้ใครด่าไปโดนทำโทษ”
       น้อยหันมาสั่ง
       “เตรียมตัวสิสังวร”
       “เวรกรรมเกิดมาเป็นบ่าวกูไม่ใหญ่โตคับบ้านนี้บ้างให้มันรู้ไป”
       “แหม...จะรอวันที่แกกลายเป็นคุณนาย กลัวแล้วจ้า”
       น้อยหัวเราะ สังเวียนยิ้มดีใจ
       “ใครว่าเขาอยากเป็นแค่คุณนาย อยากกลายร่างเป็นคุณหญิงใจจะขาด”
       “ก็รอให้คุณหญิงตัวจริงตายก่อน หรือไม่แกก็ฆ่าเขาให้ตายสิ”
       
       น้อยหัวเราะอีก

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
        คุณหญิงศรีนั่งรอสังวรอยู่ที่เรือน เมี้ยนอยู่ด้วย
       
       “ทำไมสองพี่น้องนั่นยังไม่มา”
       “ได้ยินว่ามันเอาแต่เกี่ยงงอนทุ่มเถียงกันมาตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ ไม่มีใครอยากมา”
       “ประเดี๋ยวเถิด พ้นคืนนี้ไปแล้ว มันจะอยากมาและไม่อยากกลับ”
       สังวรหน้างอง้ำเข้ามา
       “มาแล้วเจ้าค่ะ หน้ามันงอหงอกเหมือนมะเหงกทีเดียวเจ้าค่ะ”
       “เมี้ยนออกไปก่อน ฉันจะพูดกับสังวรเอง”
       “แน่ใจนะเจ้าคะ”
       “ไปเถิดน่า บอกแล้วไงว่าอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”
       เมี้ยนถอยออกไป สวนกับสังวร ที่มานั่งก้มหน้าไม่พอใจนักแช่งชักหักกระดูกในใจ...
       ‘กูเกลียดมึงนัก ขอให้มึงตายวันตายพรุ่ง ขอให้มึงมีอันเป็นไป ขอให้…’
       “คิดอะไรอยู่สังวร”
       “ว๊าย” สังวรสะดุ้ง
       “แต่งตัวไม่สวยเลยนะสังวร เสื้อผ้าดีกว่านี้ไม่มีใส่หรือ”
       “เสื้อผ้าใส่มารับการลงโทษต้องแต่งให้สวยด้วยหรือเจ้าคะ”
       “ฉันไม่ได้เรียกหล่อนมาลงโทษ”
       “อ้าว...แล้ว แล้ว...”
       “ฉันเรียกหล่อนให้ไปปรนนิบัติท่านคืนนี้”
       สังวรช็อคตะลึง นึกไม่ถึง พูดไม่ออก ตาค้าง
       “คุณหญิงว่าอะไรนะเจ้าคะ”
       “ฉันพูดว่า จะให้หล่อนไปปรนนิบัติท่านที่ตึกโน้นในคืนนี้หล่อนเข้าใจหรือยัง”
       “จริงหรือเจ้าคะ”
       “ฉันไม่เรียกหล่อนมาพูดเล่นหรอกนะ วันหลังถ้าฉันสั่งให้ไปปรนนิบัติท่าน แต่งตัวให้มันสวยงามกว่านี้ เอาอย่างนี้ไปเรียกเมี้ยนมาหาฉัน หล่อนจะต้องแต่งตัวเสียใหม่”
       สังวรเหมือนโดนเหวี่ยงขึ้นสวรรค์ ตกใจทำอะไรไม่ถูก
       
       คนอื่นพากันมาซุ่มดูว่าสังวรจะโดนอะไรบ้าง แถวหน้าเรือนคุณหญิงศรี
       “นังสังวรหายไปนานมาก เกิดอะไรขึ้นนะ” ทองหยอดสงสัย
       “โชคดีที่ฉันจับได้ไม้สั้น” สังเวียนบอกอย่างดีใจ
       “นั่น มีคนออกมาแล้ว” น้อยร้องบอก
       สามคนหันไปมอง
       “ยัยเมี้ยน กับ…”
       “ใครน่ะ”
       สามคนเขม้นมอง
       
       เมี้ยนมายืนหน้าประตูเรือน สังวรแต่งชุดของคุณหญิงศรี สวยแต่ดูประดักประเดิด เพราะบุคลิกไม่เข้า ใจสังวรแทบระเบิดออกมานอกอกเพราะดีใจ
       “เดินไปสิ ฉันจะไปส่ง”
       “เอ้อ... คุณเมี้ยนว่าฉันใส่ชุดนี้แล้วดูดีสวยจริงๆหรือ”
       “ก็สวยกว่าชุดที่แกใส่มากมายนัก อะไรจะไปปรนนิบัติท่าน ดันใส่เสื้อผ้าเหมือนกับยาจก แล้วแกจำใส่กระโหลกเอาไว้ให้ดี คุณหญิงท่านเมตตาแค่ไหน อย่าได้ริอ่านกำแหงกับท่าน มันจะเป็นภัยแก่ตัวแกเอง”
       “ค่ะ”
       “รีบไป นี่มันมืดมากแล้ว”
       “เอ้อ...ท่านทราบไหมคะ ว่าฉันจะไปปรนนิบัติ”
       “แกอย่าพูดมาก ดีใจจนตัวสั่นจนอกจะระเบิดแล้วไม่ใช่หรือ”
       สองคนพากันเดินไป
       
       สามคนมองพลาดทีแรก
       “คุณเมี้ยนกับคุณหญิง ไม่ยักเห็นนังสังวร” ทองหยอดบ่น
       สังเวียนเขม้นมอง
       “ เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่คุณหญิง นั่นพี่สังวร แต่ใส่ชุดของคุณหญิง”
       “จริงๆด้วย นี่มันอะไรกัน” น้อยตะลึง
       “มันกำลังพากันไปตึกท่าน”
       น้อยเข้าใจทันที
       “นางสังเวียนแกจับไม้ผิดแล้ว คุณหญิงท่านส่งนังสังวรไปให้ท่าน”
       “นี่มันอะไรกัน เมียหลวงส่งเสริมให้ผัวมีเมียน้อย” ทองหยอดอึ้งๆ
       สังเวียนเริ่มอิจฉาและโกรธ
       “เพราะยัยเมียหลวงมันไม่ชอบมีผัวน่ะสิ”
       “อิจฉาพี่สาวแกล่ะสิ นังสังเวียน” น้อยเหล่
       สังเวียนอิจฉาจริงๆ
       
       เมี้ยนพาสังวรมาถึงหน้าตึก สังวรใจเต้นตูมตามไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้อย่างง่ายดาย
       “ทีนี้แกก็รู้แล้วว่าแกจะทำยังไง ไม่ต้องให้ใครสอน เพราะแกแอบซ้อม มาตั้งนานแล้ว”
       สังวรนิ่ง ตื่นเต้นมือไม้สั่น เมี้ยนเดินออกหันกลับไม่วายพูด
       “อย่าอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่เมตตาต่อแกทีเดียว”
       สังวรยืดอกยิ้มอย่างมีความสุขพึมพำตอบ
       “กูไม่เชื่อพวกมึงหรอกอีเมี้ยน ยัยคุณหญิง พ้นคืนนี้ไปกูก็เมียคนหนึ่งของท่าน พ้นเก้าเดือนไปกูก็แม่ของลูกชายท่าน แล้วพวกมึงนั่นแหละจะหัวกุด”
       สังวรก้าวไปอย่างมั่นคง คุ้นเคยตึกนี้อยู่แล้ว
       
       เจ้าคุณ นั่งฟังเพลงจากจานเสียงเบาๆเสียงเคาะประตู
       “ใคร...ศรี หรือจ้ะ ไหนว่าไม่สบาย”
       เงียบอีก เจ้าคุณเดินไปเปิดประตู เห็นสังวรแต่ไม่ทันมองถนัดเพราะใส่ชุดคุณหญิงศรี
       “ศรี เบบี้ ไหนว่า…”
       เจ้าคุณดึงสังวรมากอดก้มลงไปจะจูบ ตกใจมาก หน้าสังวรรอรับจูบยิ้มหวานหลับตาพริ้ม
       “สังวร”
       เจ้าคุณผลักสังวรล้มลงไปแบบตกใจมาก
       “ว๊าย”
       สังวรก็คลานข้าไปกราบแทบเท้า
       “อะไรกันนี่”
       “คุณหญิงขอร้องให้สังวรมาปรนนิบัติท่านแทนเจ้าค่ะ”
       “โธ่ ศรี ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้”
       “ท่านบอกว่า ท่านเกลียดน้ำหน้าผู้ชายทุกคนเจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณฟังแล้วอึ้งนิ่งไป มองสังวร สังวรมองตอบยั่วยวน
       “สังวรขอกราบฝากตัวรับใช้ท่านไปจนวันตายเจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณมองสังวรแล้วไล่
       “กลับไปเถิด”
       สังวรร้องไห้กอดเท้าเจ้าคุณ
       “สังวรเลวทรามต่ำต้อยมากนักหรือเจ้าคะ ถึงรังเกียจกันนัก สังวรเลือกเกิดไม่ได้ แต่สังวรเลือกเป็นคนดีมีกตัญญูรู้คุณได้นะเจ้าคะ”
       
       เจ้าคุณถอนใจ แล้วตัดสินใจก้มลงไปประคองสังวรขึ้นมา สังวรยิ้มยั่วยวน ทั้งคู่สบตากัน
       
       อ่านต่อหน้า 3 / 17.00 น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 27 จบบริบูรณ์
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 26
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 25
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 24
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 23
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014