หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แค้นเสน่หา

แค้นเสน่หา ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 สิงหาคม 2556 10:25 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
        แค้นเสน่หา ตอนที่ 14 (ต่อ)
       
       ค่ำคืนนั้น ทุกคนในวังกลับสู่ที่ทางของตนแล้ว พวกในครัวและสนจัดการศพของยอด ชายเดียวไปกับฉัตต์ จริมา และจันทร์ พารุ้งไปส่งโรงพยาบาล
       
       ท่านหญิงแขไจเจิดจรัสอยู่ในห้องพระรูปบนตำหนัก ฟุบอยู่ตรงหน้าพระรูปท่านชายรังสิโยภาส ในพระทัยวาบหวิว อาดูรเหลือแสนว่าหลังจากนี้ คงต้องสูญเสียชายเดียวไปแน่แท้
       “ชายเดียวของแม่”
       
       ส่วนอีกฟาก ที่โรงพยาบาล รุ้งนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงในห้องผู้ป่วย หมอกำลังตรวจ มีพยาบาลเกดยืนช่วยอยู่ข้างๆ ชายเดียวยืนอยู่ด้วยคอยสังเกตุการ
       จันทร์นั้นร้องไห้เงียบๆ อยู่ตรงมุมห้อง ฉัตต์ยืนมองดูร่างรุ้ง ใบหน้านิ่งซีดเผือด สงสาร รักล้นใจ จริมาแตะแขนพี่ชาย ชวนออกไปข้างนอก ฉัตต์ส่ายหน้า
       ชายเดียวพูดกับหมอ 2-3 ประโยค เป็นถ้อยคำศัพท์แสงและภาษาเฉพาะของหมอเกี่ยวกับอาการรุ้ง กรณีคนไข้ที่สิ้นสติ ไม่ฟื้น
       ชายเดียวฟังเสร็จ ถอยออกมาหาจริมา “ต้องคอย”
       จันทร์เรียกลูกเสียงสะท้าน เป็นเชิงถาม “คุณชาย”
       “ปลอดภัยแล้วครับ ไม่เป็นอะไรมากนอกจากตรงที่ถูกมัด” ชายเดียวบอก
       “เมื่อไหร่ฟื้นคะ” จันทร์ซัก
       “ผมยังตอบไม่ได้”
       “ขอบคุณ” จันทร์มองหน้าลูกชายเต็มตา
       ชายเดียวมองตอบหน้านิ่ง “ผมว่าท่านพ่อก็คงติดตามดูลูกสาวเหมือนกัน”
       “ออกไปข้างนอกกันเถอะคุณชาย” จริมาชวน
       สองคนออกไปข้างนอกด้วยกัน
       
       ที่หน้าห้องผู้ป่วย จริมายืนคุยกับชายเดียว
       “คุณชาย”
       “หือม์”
       “รู้สึกยังไง”
       “ที่มีน้องฝาแฝดเหรอ”
       “ฮื่อ”
       “ก็รู้สึก...แปลกๆ”
       “ไม่ดีใจ” จริมาจ้องหน้า รอฟัง
       “ดีใจสิ...รุ้งเป็นผู้หญิงที่ผมชอบมาก พอรู้เป็นน้อง...ฝาแฝดด้วย ก็ยิ่งชอบใหญ่”
       “ลำบากหน่อยนะ คงต้องปรับปรุงจิตใจเยอะหน่อย”
       ชายเดียวเหลียวมามอง สายตารู้ทันคำพูดนั้นเป็นอย่างมาก
       “ถ้ามีคนเห็นใจอย่างนี้...แค่คนเดียวเท่านั้น...ก็พอ”
       “อือม์ น่าสงสารมาก น่าจะไปบวชนะ” จริมาสัพยอก
       “ทำไม” ชายเดียวฉงน
       “หนีทุกข์ไง”
       “ผมเพิ่งเจอน้อง เพิ่งเจอแม่ จะให้หนีไปไหน แต่ถ้าผมไม่เจอคนที่ผมอยากเจออีกคนเดียว ไม่เจอคนนี้ผมบวชไม่สึกเลย” ชายเดียวพูดเป็นนัย
       “อนุโมทนา จะไปใส่บาตรทุกวัน...” จริมามองหน้าจริงจังมาก “คุณชายจะพูดยังไงกับน้าจันทร์เนี่ย”
       ชายเดียวนิ่งไป สีหน้ากังวล “ลำบากเหมือนกัน”
       “แรกๆ ก็ต้องเก้อๆ ก่อน แล้วก็ปรับตัวไปเอง เชื่อฉันนะคุณชาย”
       “ขอบคุณ ผมเชื่อริมาเสมอ” ชายเดียวใส่อีกดอก
       จริมามองจ้อง ตรงๆ เหล่ๆ เป็นเชิงถาม อะไรเนี่ย
       “จริง” ชายเดียวยืนยัน
       “น้าจันทร์มา จะพูดอะไรก็พูดไป” จริมาเดินจะเข้าห้องไป “น้าจันทร์...” ส่งผ้าให้ “ผ้าเช็ดหน้า... เช็ดน้ำตาค่ะ”
       จันทร์รับมา เดินมาหาชายเดียว “คุณชาย”
       ชายเดียวมองหน้านิ่งๆ สายตาเหมือนค้นหา “น้าจันทร์”
       “คุณชาย แม่ เอ๊ย น้าไม่ได้ตั้งใจจะบอก แต่ห่วงรุ้ง...ห่วงน้องคุณชายมาก”
       “ผมเป็นลูกน้าจันทร์ ทำไมถึงคิดจะปิดบังผม...ปิดมาตั้งนาน”
       “น้าต้องเล่ายาว แต่อาจไม่จำเป็นที่คุณชายต้องรู้อะไรทั้งหมด”
       ชายเดียวนิ่งไปอึดใจหนึ่ง “ครับ...แม่จันทร์”
       คำเดียวว่า “แม่จันทร์” จากปากลูกชาย ทำเอาจันทร์น้ำตาทะลักทันที ก้มลงเช็ด ชายเดียวส่งผ้าเช็ดหน้าให้อีกผืน
       จันทร์รับมา เช็ดน้ำตาจนแห้ง “คุณชาย แม่ขอโทษ”
       ศักดินานิ่งไปสักครู่ก็อ้าแขนออกโอบแม่ไว้กับอก
       “แม่...ผิดเอง”
       “ผมเคยรักน้าจันทร์ของพี่ฉัตต์มาก ต่อไปนี้น้าจันทร์เป็นแม่จันทร์ ผมก็จะรักเป็นสองเท่า ทั้งเป็นน้าทั้งเป็นแม่” ชายเดียวมองจ้องหน้าขณะบอก “แม่ครับ ผมดีใจจริงๆ ที่เจอแม่”
       “แล้ว...”
       “ผมกับท่านแม่มีเรื่องที่ต้องพูดกันอีกมาก แต่ผมเชื่อว่าเรื่องต้องจบอย่างดี”
       
       คืนหนึ่ง 3 วันต่อมา ภายในห้องผู้ป่วย รุ้งยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง โดยฉัตต์เฝ้าอยู่ข้างเตียง หมอกับพยาบาลเข้ามาตรวจอาการ หมอเปิดเปลือกตา จับชีพจรพลางหันมาถาม
       “ไม่กลับบ้านเลยหรือครับ”
       ฉัตต์ไม่ตอบ จดจ่ออยู่แต่อาการรุ้ง “สามวันแล้วนะครับหมอ”
       “ไม่เป็นไร คนที่อ่อนเพลียมากๆ จะหลับได้นานๆ อาการโดยทั่วไป ไม่มีอะไรครับ สบายใจได้” หมอออกไปพยาบาลเดินตาม
       ฉัตต์จับมือรุ้งมาแนบแก้ม “รุ้ง...ฉันรอเธออยู่นะ มีบางอย่างที่ต้องบอกก่อนที่ฉันจะ...ไม่มีอิสระที่จะบอกเธอ”
       
       จริมาเข้ามาที่ประตู ยืนดูพี่ชาย น้ำตาคลอๆ

แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
        คืนเดียวกัน ภายในห้องนอนหญิงทอแสงที่วังรังสิยา ทอแสงรัศมีนอนนิ่งๆ ไม่ได้สติอยู่บนเตียง
       
       ท่านหญิงลูบผมเบาๆ สีหน้าสงสาร ผ่องเดินเข้ามา ถือโถน้ำใส่ผ้าเช็ดตัว
       “ผ่องเช็ดเนื้อเช็ดตัวทอแสงให้สะอาด แล้วเปลี่ยนเสื้อให้ด้วย เฝ้าดูให้ดี คืนนี้ นอนเฝ้าจนกว่าทอแสงจะฟื้น”
       “มังคะ”
       
       ไม่นานต่อมา ท่านหญิงแขไขอยู่ในห้องพระรูป ประทับนิ่ง จ้องจับอยู่ที่พระรูป ความหลังวนเวียนอยู่ในพระทัย สุดท้ายข่มให้ทุกสิ่งสงบเงียบ ไม่ออกมาดิ้นรนต่อไป
       “เจ้าพี่คงทราบเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ด้วยญาณใดก็ตาม หญิง...มีอย่างเดียวที่จะทูล” พูดถึงตอนนี้ท่านหญิงน้ำตาคลอ “อโหสิให้เฟืองด้วยนะคะ”
       สีพระพักตร์ท่านชายในรูปยังคงนิ่งเงียบ
       “เจ้าพี่...ทรงอโหสิ” ท่านหญิงกราบลง “อโหสิให้เฟืองด้วย”
       ร่างท่านหญิงนิ่งอยู่อย่างนั้น
       
       ท่านหญิงแขไขนั่งนิ่งอยู่ในห้องพระรูปตลอดทั้งคืน
       จวบจนพระอาทิตย์สาดแสงแรกของวันส่องเข้ามาในห้อง พร้อมๆ กับเสียงผ่องเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดประตูเข้ามา ท่านหญิงนั่งเก้าอี้ข้างหน้าต่าง มองออกไปภายนอก
       “ท่านหญิงมังคะ” ผ่อนคลานเข้าไปหา ถามอย่างห่วงใย “บรรทมหรือเปล่ามังคะ”
       “ชายเดียวล่ะ”
       “คุณชายยังไม่กลับเลยมังคะ”
       ท่านหญิงหันไปมองนอกหน้าต่าง สีหน้าหมองจัด
       
       อีกวันหนึ่ง ภายในห้องพักฟื้นของรุ้งที่โรงพยาบาล ชายเดียวแตะไหล่ฉัตต์ ที่ฟุบอยู่ข้างเตียง ฉัตต์สะดุ้งเงยหน้าดู ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบัดนี้มีหนวดเคราขึ้นเขียวครึ้ม
       “รุ้งไม่เป็นอะไร พี่ฉัตต์กลับไปพักผ่อนเถิดครับ รุ้งตื่นผมจะโทร.บอก” ชายเดียวบอก
       ฉัตต์นิ่งไม่ขยับตัว
       “คุณฉัตต์คะ หมอรับรองว่ารุ้งปลอดภัย” จันทร์เสริม
       “ไม่เป็นไร ผมต้องอยู่”
       จันทร์มองด้วยท่าทีประหลาดใจ “ต้องอยู่”
       “ผมอยากอยู่” พร้อมกับหันไปจับมือรุ้ง ใบหน้ารุ้ง ยังเงียบสงบ
       
       เวลานั้นรุ้งฝันถึงดินแดนสวรรค์ มือของท่านชายรังสิโยภาสจับมือรุ้งไว้ รุ้งมองใบหน้าท่านชาย โดยที่ท่านชายทอดยิ้มอ่อนโยนมาให้
       “คุณ...ท่าน ท่านชายนั่นเอง”
       “หนู หิวน้ำใช่มั้ย ไปดื่มน้ำกัน”
       สองคนพ่อลูกล่องลอยไปในดินแดนสวรรค์ อันสวยงาม ท้องฟ้าใส กระจ่างแจ้ง สักครู่หนึ่งสองคนเดินมาถึงหนองน้ำใสสะอาด ท่านชายเก็บใบไม้มาทำเป็นกรวย แล้วตักน้ำป้อนรุ้ง
       เวลาเดียวกันที่ห้องในโรงพยาบาล เป็นฉัตต์ที่กำลังเอาน้ำหยอดใส่ปากรุ้ง
       ส่วนในแดนสวรรค์ รุ้งดื่มน้ำจนหมด ท่านชายยิ้มอ่อนโยน
       “ขอบคุณค่ะ”
       “ฉันจะพาหนูกลับบ้าน”
       มือต่อมือประสานกัน
       “แม่จันทร์คงอยากจะขอบพระทัยฝ่าบาท เสด็จไปพบแม่ของหนูหรือไม่มังคะ”
       
       “ฉันเคยพบแม่ของหนู” ท่านชายบอกเสียงเศร้า “ฝากบอกด้วยว่าฉันยังระลึกถึงเสมอ”

แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
        มือของรุ้งกระดิก แตะมือฉัตต์ที่ทอดยาวไปกับเตียง ขณะฉัตต์ฟุบหลับ
       
       ฉัตต์สะดุ้งตื่น “รุ้ง”
       รุ้งจับมือฉัตต์แน่น ร้องละเมอออกมา “อย่าเพิ่งไปค่ะ อยู่ก่อนนะคะ”
       ฉัตต์ร้องเรียก “รุ้ง...”
       รุ้งลืมตามองมาเห็นเป็นฉัตต์ “คุณฉัตต์”
       ฉัตต์หันไปทางจันทร์ที่มุมห้อง “น้าจันทร์ครับ รุ้งฟื้นแล้ว”
       จันทร์ลุกพรวดเดียวมาถึงเตียง จับมือเรียก น้ำเสียงตื่นเต้น ตื้นตันสุดประมาณ
       “รุ้ง...รุ้ง”
       “แม่จันทร์จ๋า”
       จันทร์ร้องไห้เสียงดังลั่น ยกมือไหว้พระท่วมหัว แล้วเข้ามากอดลูก รุ้งกอดตอบแม่ แต่นัยน์ตารุ้งมองฉัตต์ไม่วางตา
       ฉัตต์ออกจากห้องเงียบกริบ รุ้งมองตามอย่างอาวรณ์
       
       ฉัตต์เดินออกมาหน้าห้อง บอกน้องทันที
       “ริมา รุ้งฟื้นแล้ว”
       “จริงเหรอคะ” จริมากระโดด ดีใจ แต่แล้วต้องนิ่วหน้า เมื่อเห็นท่าทีพี่ชาย “อ้าว พี่ฉัตต์จะไปไหน”
       “ริมาเข้าไปเถอะ พี่มีธุระ”
       “ธุระอะไร ตัวเองรอตัวเล็กทั้งวันทั้งคืน กี่วันมาแล้ว พอฟื้นก็จะไป...ไปไหนอีก”
       ฉัตต์เดินห่างไป จริมาตามไม่ยอม
       “ทำไม รู้สึกผิดที่มาเฝ้าผู้หญิงคนอื่นจนต้องรีบไปหาเขาใช่มั้ย ริมาไม่เข้าใจเลย รักคนหนึ่งแต่แต่งงานกับอีกคนเพราะสัญญาบ้าๆ บอๆ เข้าใจล่ะ พี่ชายริมา เป็นสุภาพบุรุษ แต่พี่ฉัตต์จะโยนความสุขทั้งชีวิตทิ้งไปเพราะผู้หญิงคนเดียว”
       “น้องไม่เข้าใจหรอก”
       “เข้าใจค่ะว่าพี่ฉัตต์แคร์คู่รักพี่ฉัตต์ ถ้าริมาเป็นตัวเล็ก ริมาคงอยากนอนหลับทั้งปีทั้งชาติไม่ฟื้นมาเจอคนไม่มีหัวใจหรอก”
       จริมาสะบัดหน้า เข้าห้องไป ทิ้งให้ฉัตต์ยืนซึมอยู่ตรงนั้น
       
       ฉัตต์กลับมาบ้าน เก็บของใส่กระเป๋าเล็กๆ แล้วออกจากห้องไป
       
       วันต่อมา คนในครัวมารวมตัวในโถง บ้านปัณณธร กลางวันอีกวัน
       จริมากระซิบกับคุณย่า “ริมาจะบอกสำลียังไงดีคะคุณย่า”
       “ทุกคนต้องมีวันที่คนรักจากไป ไม่ช้าก็เร็ว สำลีเขาต้องรู้จักทำจิตใจให้สงบยอมรับ” ประมุขบ้านปัณณธรพูดให้ข้อคิด
       ทุกคนในครัว ตั้งใจฟัง สำลีเริ่มจะสังหรณ์แปลกๆ
       จริมาหันมา “ทุกอย่างเรียบร้อยดี รุ้งปลอดภัย”
       ทุกคนยิ้มออก
       “แต่ไม่รู้จะกลับมาอยู่กับเราอีกหรือเปล่า” จริมาบอกต่อ
       ทุกคนสงสัย พึมพำ “ทำไม” / “เพราะอะไร” กันไป
       “อาจจะต้องไปอยู่วังรังสิยา วังของท่านพ่อของรุ้ง”
       ทุกคนตกใจ พึมพำกันเสียงขรมไปหมด
       “รุ้งคือ หม่อมราชวงศ์หญิงวิมลโพยม รังสิยา”
       ทุกคนมีสีหน้าตกใจ แปลกใจ และเปลี่ยนเป็นยินดี
       “มิน่า...เธอเป็นเจ้า กิริยาเธอน่ะ เจ้าแท้ๆ” สำเนียง ว่า
       “อ๋อ ไม่เหมือนริมาใช่มั้ย” จริมาเย้า
       “คุณริมา...” เสียงสำลีแหวกอากาศขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “บอกสำลีเรื่องพี่ยอดได้แล้ว”
       จริมาเสียงสั่น “ทำไมล่ะสำลี”
       “ถึงคุณริมาไม่บอก พี่ยอดเขาก็มาบอกสำลีแล้ว” สำลีปล่อยโฮ ร้องไห้อย่างรุนแรงหนักหน่วง “เขามาลาหนูแล้วค่ะคุณหญิง เมื่อคืน”
       
       สำลีร้องไห้เสียงดัง ก้มหน้าลงต่ำ สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ทุกคนเงียบงัน

แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
        เวลาต่อมาสำลีนั่งเหม่อๆ อยู่ในห้องนอน
       
       สำเนียงปลอบ “สำลีเอ๊ย หักใจเถอะนะเอ็ง”
       สำลีนิ่ง
       “ทำบุญมาด้วยกันแค่นี้ เศร้าไปก็ไม่ฟื้นมาได้”
       สำลีนิ่งอยู่อย่างเดิม
       “ใส่บาตรทำบุญ...” สำเนียงพูดยังไม่จบ
       สำลีสวนออกมา “กีดกันเขาทุกอย่าง ตอนนี้สมใจแม่แล้ว เขาตายไป แม่ก็ไม่ต้องมาคอยเฝ้าคอยกีดกันฉัน สมใจแม่แล้วนี่”
       สำลีลุกไปเลย สำเนียงนิ่งคอตก
       
       อีกมุมหนึ่งในบ้านปัณณธร อ่อนกับสารภี เดินคุยกันมา จนมาหยุดยืนตรงที่สำเนียงนั่งหลบมุมอยู่โดยไม่ทันเห็น
       “พูดก็พูดเถอะ ฉันก็ไม่รู้ว่าป้าเนียงแกเกลียดอะไรกับเจ้ายอดนักหนา” สารภีบอก
       “หวงลูกสาว” อ่อนว่า
       “หวงไว้ทำไม” สารภีงง
       “ไม่ให้มีผัวไง”
       “มีแล้วเป็นไง”
       “ก็...รักผัว ไม่รักแม่มั้ง”
       “เออจริง อิจฉาลูกเขย ไม่ก็อยากให้ลูกสาวเป็นสาวเทื้อ”
       “ตัวแกกว่าจะยอมพ่อสำลีได้ปาเข้าปาสี่สิบมั้ง” อ่อนว่า
       เสียงสำเนียงท้วงขึ้นมา “สามสิบแปด”
       สองคนตกใจแทบตาย หันไปเห็น แล้วเขินๆ
       “ขอโทษนะป้าเนียง” อ่อนบอก
       “นินทาดังไปหน่อย” สารภีเก้อๆ
       “มานั่งตรงนี้ก็ไม่บอก” อ่อนสงสัย
       “ข้ากลุ้มเหลือเกิน”
       สารภีกะอ่อนประสานเสียง “เรื่องอะไร”
       “สงสารลูก” สำเนียงสะท้อนใจ ก้มหน้าร้องไห้กับตัวเอง “ข้าผิดเอง ผิดมาก”
       สองคนพลอยจ๋อยไปด้วย
       
       อีกต่อมา จริมาพาคุณหญิงเพ็งเดินขึ้นบันไดมาที่ห้องนอนของคุณย่า
       “ริมา...ที่เล่าให้ย่าฟังก็ดูว่าเรื่องจบลงด้วยดี แต่ทำไมรุ้งไม่กลับบ้านเรา จันทร์ก็ไม่ยอมกลับด้วย”
       “ที่เขาไม่กลับ เพราะน้าจันทร์ค่ะ น้าจันทร์บอกว่ามีเรื่องจะกราบทูลท่านหญิงค่ะ”
       
       ตอนกลางวัน เวลาเดียวกัน จันทร์ยืนจูงมือรุ้งมาหยุดที่หน้าตำหนักวังรังสิยา มองตัวตำหนักสายตาครุ่นคิดตรึกตรอง
       “แม่จันทร์” รุ้งกระซิบเรียกเบาๆ
       
       จันทร์จับมือรุ้งแน่นขึ้น เป็นการปลุกปลอบใจ และยืนยันว่าตัวเองเลิอกทำแบบนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว
       
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แค้นเสน่หา ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
แค้นเสน่หา ตอนที่ 13
แค้นเสน่หา ตอนที่ 11
แค้นเสน่หา ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 71 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 70 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015