หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แค้นเสน่หา

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 กรกฎาคม 2556 08:01 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        แค้นเสน่หา ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       ไม่นานต่อมา ศักดินาวัดความดันให้ท่านหญิงแขไขด้วยเครื่องมือวัดอันทันสมัย สีหน้าชายเดียวนิ่งในขณะที่จับชีพจรไปด้วย ทอแสงรัศมีและผ่องคอยมองอยู่ ท่านหญิงหลับตาบ่นเบาๆ
       
       “ไม่ได้เป็นอะไรมาก ใครตามชายเดียวมา”
       ชายเดียวพึมพำเบาๆ “135-90 ความดันท่านแม่สูงนิดหน่อยนะคะ ท่านแม่บรรทมพักสักครู่เดี๋ยวชายมาวัดอีกที ทมให้หลับนะคะ”
       ท่านหญิงพยักหน้า ชายเดียวไหว้และแตะหน้าผาก แตะซอกคอ
       “ชายวัดไข้นะคะ” พลางหยิบปรอทออกจากซอง สะบัดๆ แล้วใส่ใต้ลิ้นท่านหญิง เป็นวิธีวัดปรอทใหม่ล่าสุด “เมื่อเช้าพระอาการเป็นไงผ่อง”
       “เมื่อเช้าไม่เป็นอะไรเลยค่ะคุณชาย เด็จไปใส่บาตรก็ปกตินะคะ”
       ชายเดียวดูปรอท “มีไข้ต่ำๆ เดี๋ยวชายถวายยานะคะ”
       ท่านหญิงพยักหน้า “ชายรู้ได้ไง ใครบอก”
       “หญิงทอแสงให้สนไปรับชายค่ะ”
       ท่านหญิงเหลือบมาทางทอแสงรัศมี ซึ่งหลบตาตอบท่านหญิง
       “หญิงเห็นท่านป้าประชวร”
       “ทีหลังอย่าทำอะไรโดยไม่ถามป้า ชายเดียว” ท่านหญิงหลับตาท่าทางเหนื่อย
       “คะ ท่านแม่”
       “ท่านป้าคะ ท่านป้าประชวรหญิงต้องบอกพี่ชายคะ”
       คราวนี้ท่านหญิงโบกมือห้ามอย่างอ่อนแรง หลับตานิ่งไป
       “ผ่อง ตามไปห้องฉันเอายาแก้ไข้ ถวายให้เหวยด้วย เดี๋ยวนี้เลยนะท่านจะได้บรรทม” ชายเดียวเดินออกทันที ผ่องเดินตาม
       “ค่ะ คุณชาย...พิกุลตั้งโต๊ะแล้วค่ะ” ผ่องบอกเสียงเบาๆ
       
       ที่โต๊ะอาหารวังรังสิยา ค่ำนั้น คุณหญิงทอแสง กับคุณชายเดียว สองคนทานข้าวด้วยกัน
       หญิงทอแสง ตักอาหารให้ชายเดียว หน้าตาทอแสงยังหมองๆ โดนดุ
       ชายเดียวบอกด้วยสีหน้าอ่อนโยน “แต่ถึงยังไงพี่ชายก็ขอบใจหญิงที่โทร.บอก”
       ทอแสงรัศมียิ้มออก
       
       ไม่นาน หลังมื้อค่ำผ่านไป ชายเดียวอ่านหนังสือเรียนอยู่ในห้องโถง ส่วนหญิงทอแสงจับจ้องอยู่ที่โทรทัศน์ ขาวดำ ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม
       “พี่ชายรู้มั้ยคะ เขาจะทำโทรทัศน์สีแล้วค่ะ...ปีหน้า” หญิงทอแสงเอ่ยขึ้น
       “ดีนะ...ดูทีวีขาวดำ ผู้หญิงไม่สวยเลย”
       หญิงทอแสงหัวเราะชอบใจ “พี่ชายชอบดูผู้หญิงสวยด้วย”
       “อ้าว...ดู๊” ชายเดียวทำเสียงสูงปน ๆ หัวเราะ
       “พี่ชายอ่านอะไรคะ”
       ชายเดียวยกหนังสือเรียนให้ดู เป็นหนังสือเกี่ยวกับ Anatomy
       “อุ๊ย น่ากลัว...โครงกระดูกทั้งนั้น”
       “เมื่อไหร่หญิงจะเรียนต่อ”
       “ปีหน้าค่ะ” ทอแสงรัศมีตอบส่งๆ
       ชายเดียวมองดูก็รู้ว่าหญิงทอแสงไม่สนเรื่องเรียน
       “หญิงก็อยากเรียนนะคะ” หญิงทอแสงเห็นสายตาชายเดียว
       “รู้ไว้นะว่า พี่อยากให้หญิงเรียนต่อมากๆ หญิงเรียนแค่เตรียมอุดมไม่ได้ มันน้อยไปต่อไปหญิงต้องทำงานจะได้งานที่ดี”
       “เผื่อหญิงแต่งงานล่ะคะ”
       “แต่งงานก็ต้องทำงาน แต่งงานอยู่บ้านเฉยๆ จะเป็นคนไร้ค่ามาก”
       หญิงทอแสงหน้านิ่งลง คิดตาม
       “เชื่อพี่นะหญิง”
       หญิงทอแสงพยักหน้าน้อย ๆ ซาบซึ้งมาก “พี่ชาย...เรียนจบแล้วพี่ชายจะแต่งงานเลยมั้ยคะ”
       “หญิง” ชายเดียวขำนิดๆ “พูดอะไร เรายังเด็กนะ”
       “ผู้หญิงเขาก็แต่งงานอายุ 18...19 เท่าหญิง เพื่อนหญิงที่เรียนจบด้วยกัน แต่งแล้วตั้งหลายคน”
       “ความคิดโบราณ สมัยใหม่ผู้หญิงต้อง 20 ไปถึง 30 เค้าถึงแต่ง”
       “ต๊าย...แก่ตาย”
       ชายเดียวไม่ตอบอ่านหนังสือต่อ
       “พี่ชายรักใครหรือยังคะ”
       คำถามนั้นกระแทกเข้าหน้าชายเดียวเต็มแรง
       
       ด้านจริมาไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้องพักมา ในมือหอบหนังสือเรียนเยอะแยะ สักครู่เพื่อนนักศึกษาชาวเกาหลีโผล่หน้าเข้ามาบอก
       “Many calls..all the whole afternoon - โทรศัพท์ดังตลอดบ่าย”
       “Sorry they disturbed you - ขอโทษที่ดังรบกวนเธอ” จริมาว่า
       “Not al all..l think a long distance call from Thailand Anything wrong? - เปล่าเลย..สงสัยโทรศัพท์จากเมืองไทย มีอะไรรึเปล่า”
       “Don’t know Thanks - ไม่รู้ ขอบใจ”
       จริมามีสีหน้าไม่ตรงกับคำพูด
       เพื่อนไปแล้ว จริมาเขียนจดหมายอย่างรวดเร็ว
       “ตัวเล็ก ริมาเขียนจดหมายบอกตัวเล็กมาครั้งหนึ่งว่าพี่ฉัตต์กลับเมืองไทยไปแล้ว ได้จดหมายริมารึเปล่า แล้วเจอเขารึยัง เขาอาละวาดยังไงมั่ง”
       
       วันต่อมา รุ้งอ่านจดหมายฉบับก่อนหน้านี้ของจริมายู่ในมุมหนึ่งของโรงพยาบาล
       
       “ตัวเล็ก ริมามีเรื่องสำคัญมากจะบอกตัวเล็กสำคัญที่สุดในชีวิต วันนี้คุณบัวเพื่อนพี่ฉัตต์มาหาริมาถึงนี่...มาบอกว่าพี่ฉัตต์กลับเมืองไทยแล้ว ริมาตกใจมากแสดงว่าพี่ฉัตต์ต้องรู้เรื่องคุณพ่อแล้ว คงมีใครบอก พี่ฉัตต์กลับไม่บอกริมาซักคำ รุ้งเตรียมตัวให้ดีเค้าต้องโกรธมากที่สุด...พูดกับเค้าดี ๆ อย่าเถียงเค้านะรุ้ง จริง ๆ แล้วเป็นคำสั่งคุณพ่อเค้าไม่น่าโกรธเราหรอก”
       
       รุ้งหลับตา มั่นใจว่าใช่แน่แล้ว ใช่คุณฉัตต์แน่นอนวันนั้น
       
       ภาพมือฉัตต์ที่ปัดแก้วน้ำตกแตก แวบขึ้นมาหลายๆ ครั้งติดๆ กัน

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        รุ้งอดคิดถึงภาพความหลังในอดีตขึ้นมาไม่ได้ วันนั้นฉัตต์ไม่สบายมาก นอนซม หน้าตาแดงก่ำเพราะพิษไข้ รุ้งก้มหน้าก้มตาจัดยาอยู่ข้าง ๆ เตียง เตรียมใส่ถ้วยจะให้ฉัตต์กิน
       
       ฉัตต์พลิกตัว มือเหวี่ยงมาวางบนมือรุ้ง รุ้งสะดุ้งสุดตัว ก้มลงมองมือฉัตต์ ทำอะไรไม่ถูก สายตารุ้ง จ้องที่มือฉัตต์
       รุ้งดึงตัวเองกลับมา แล้วสีหน้าหวนคิดถึงความหลังวันนั้นขึ้นมาอีก
       ตอนนั้นรุ้งใจสั่นหวั่นไหว จับมือฉัตต์ออกจากมือตัวเอง ยังไม่ทันยกมือฉัตต์ออก ก็ต้องสะดุ้ง
       เมื่อยินฉัตต์พึมพำเบาๆ “แม่...แม่ครับ”
       รุ้งนิ่งงันไป แล้วฉัตต์ก็จับแขนรุ้งดึงอย่างค่อยๆ นุ่มนวล แต่มีพลังจนรุ้งไม่กล้าขืน เข้าไปแนบชิดกับฉัตต์ ฉัตต์ซุกหน้าเข้ากับตักของรุ้ง พร้อมกับดึงแขนรุ้งเข้าไปกอดแน่น
       “แม่มาหาฉัตต์เหรอครับ”
       รุ้งระทึกไปหมดทั้งกายและใจ แต่ก็นิ่ง เป็นวินาทีของความรู้สึกอ่อนโยนที่หลั่งไหลเข้ามาในใจ มองหน้าฉัตต์ที่มองมือที่
       แล้วรุ้งก็ใช้อีกมือของตัวเองไล้บนมือของฉัตต์เบาๆ สอดนิ้วเข้าไปในมือฉัตต์อย่างนุ่มนวล พร้อมจะดึงให้ฉัตต์กลับไปนอนอย่างเดิม
       แต่ฉับพลันฉัตต์ก็รู้สึกตัว ลืมตาเห็นุร้ง สบตากันเต็มแรง รุ้งจับมือฉัตต์จะดึงออก แต่ ฉัตต์สะบัดเต็มแรง
       “ทำอะไร...ไปให้พ้น”
       รุ้งดึงตัวเองกลับมา พร้อมๆ กับเสียงเพื่อนพยาบาลเรียก
       “รุ้ง...อยู่ไหน มีคนไข้ admit”
       รุ้งออกไปทันทีอย่างเร็วรี่
       
       ไม่นานนักรุ้งในชุดพยาบาลฝึกหัด เปิดประตูห้องเข้ามาอย่างเร็ว คนเข็นรถพาคนไข้เข้ามา มีแผลที่ทำมาแล้วเรียบร้อยที่หัว แขน และตามตัวเพราะถูกรถชน ท่าทีเจ็บมากมีเลือดซึมทุกแผล พยาบาลตามมา ถือน้ำเกลือ รุ้งหยิบที่แขวนอย่างว่องไว ทั้งรุ้ง ทั้งพยาบาล ช่วยกันเอาคนไข้จากรถเข็นไปนอนเตียงคนไข้
       “ถูกรถชน” พยาบาลกระซิบบอกรุ้งเบาๆ
       “โถ...” รุ้งสงสารมาก
       
       ขณะเดียวกันชายเดียววัดความดันให้ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสอีกครั้ง สีหน้านิ่งเฉย วัดเสร็จแล้วดู หน้าดีขึ้นนิด
       ผ่องถามเบาๆ “เท่าไหร่คะ”
       ชายเดียวตอบ “ดีขึ้นนิด”
       ชายเดียวหยิบผ้าชุบน้ำในอ่างแก้วเจียรนัย บิดผ้าแรงๆ พันทบกันเรียบร้อยวางบนหน้าผาก
       “คุณชาย” ผ่องถามอย่างกังวล
       “ไม่เป็นอะไรมากผ่อง ท่านแม่อาจบรรทมน้อย ยังไม่มีอาการอะไร”
       “คุณชายจะอยู่ถึงวันไหนคะ”
       “พรุ่งนี้เย็นฉันต้องกลับ มะรืนฉันสอบ”
       “ตายจริง แล้วใครจะเฝ้าท่านหญิงละคะคุณชาย” ผ่องกังวลมาก
       
       เช้าวันรุ่งขึ้น รุ้งก้มหน้าก้มตาทำแผลให้คนไข้อยู่ กำลังพันผ้าโพกหัวเสร็จแล้ว ปลาสเตอร์ปิด ลูบผ้าก๊อซให้เรียบ
       “ทำแผลที่แขนนะคะ”
       คนไข้พยักหน้า พี่พยาบาลชื่อเกดบอกเบาๆ ว่า “แกะผ้า” และตัวเองเตรียมเครื่องมือ รุ้งแกะผ้าก๊อซเก่าที่เลือดซึมออกมาจนชุ่ม อย่างคล่องแคล่ว
       “อูย” คนไข้ครางท่าทางเจ็บ
       “นิดเดียวนะคะ เจ็บนิดเดียว” รุ้งค่อยๆทำ “หนูจะทำมือให้เบาเหมือนสำลีเลยค่ะ” รุ้งยิ้มหวานนุ่มนวล คนไข้ยังนิ่วหน้า เกดช่วยอยู่ตลอดเวลา ช่วยสอนให้ด้วย
       “จะเสร็จแล้วนะคะ...นิดเดียว”
       แผลถูกทำใหม่เรียบร้อย สองคนช่วยกัน เกดปิดปลาสเตอร์บนผ้าก๊อซ
       สองคนเก็บของ กำลังจะไป มือคนไข้จับหมับที่แขนของรุ้ง เกดตกใจแต่นิดเดียวก็คุมได้ แต่รุ้งนิ่งมาก ยิ้มมองหน้าคนไข้ แสดงถึงความมั่นคงในจิตใจ
       “ต้องการอะไรหรือคะ”
       “ขอบใจ..มือเบา”
       รุ้งยิ้มหวาน “เบาไปหรือคะ”
       คนไข้บอกเสียงหลง “ดีแล้ว”
       
       เวลาต่อมา รุ้ง และพยาบาลรุ่นพี่ชื่อเกด เดินมาตรงเคาน์เตอร์พยาบาล มือถือถาดเครื่องใช้มาด้วย เกดถาม “เจ็บมั้ย” รุ้งตอบว่า “ไม่เจ็บค่ะ”
       “เห็นแกบีบแขนรุ้งซะแน่น ขนาดพี่เจอคนไข้แบบเนี้ย...บ่อยๆ พี่ยังตกใจเลย”
       รุ้งหัวเราะเบาๆ “พยาบาลต้องแข็งแรง รุ้งว่า...แข็งแรงกว่าหมออีก เพราะต้องทำทุกอย่าง พานั่ง พานอน ถ้าคนไข้ตัวร้อนด้วยตายเลย นี่...รุ้งต้องยกแขนทุกวันเลยค่ะพี่เกด” รุ้งทำท่าเบ่งกล้าม
       “ทำไมเหรอ” เกดงง
       “เอาไว้ยกคนไข้” รุ้งบอกขำๆ
       พยาบาลที่เคาน์เตอร์ ยื่นหน้าออกมาบอก
       “รุ้ง โทรศัพท์”
       เป็นผ่องโทร.มาจากห้องโถงวังรังสิยา
       “อิฉันเองค่ะคุณรุ้ง ขอโทษที่รบกวนคุณรุ้ง...ค่ะ มีเรื่องขอให้คุณรุ้งช่วยค่ะ..คือว่าท่านหญิงประชวร คุณชายเดียวมาดูท่านแม่ตั้งแต่เมื่อคืน แต่เย็นนี้ต้องกลับแล้วค่ะ เพราะเธอจะสอบ อิฉันก็เลย...จะขอแรงคุณรุ้งช่วยมาที่วังได้มั้ยคะ เดี๋ยวให้สนไปรับนะคะ”
       
       “ไม่ต้องให้ลุงสนมารับหรอกคะ รุ้งไปเอง”
       รุ้งวางสายแล้วรีบลงจากตึกพร้อมเกด ถือกระเป๋า ถือถุงกันเต็มมือ เกดโบกมือ แยกไปอีกทาง รุ้งเดินดุ่มๆ ไปตามทาง ก้มหน้าก้มตาเดิน แล้วหยุดกึก รู้สึกเหมือนมีใครมองจ้องอยู่ รุ้งเหลียวไปเหลียวมา สักครู่เดินต่อ
       ที่แท้เป็นฉัตต์ ยืนนิ่งอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้ใส่วิกแล้ว แต่ยังมีหนวดเครา ไม่ได้ใส่แว่นตา จ้องมองรุ้งสีหน้าทั้งรักทั้งแค้น
       รุ้งหยุดอีก เหลียวขวับมา ฉัตต์หลบอย่างเร็ว
       รุ้งเดินต่อ รถตำรวจของปยุตในชุดร้อยตำรวจตรี แล่นเข้ามาจอด ปยุตกระโดดลงมา ฉัตต์เพ่งมองขณะรุ้งมองปยุตประหลาดใจ
       “คุณ...”
       ปยุตทัก “อ้าวคุณ...”
       “รุ้งค่ะ”
       “ยินดีที่ได้พบอีกนะครับ ผมปยุตครับ ผมจะมาสอบเรื่องคนที่ถูกรถชน”
       “ค่ะ” รุ้งไหว้ “ยินดีค่ะ อาการดีขึ้นแล้วค่ะ” รุ้งมองปยุต “คุณเป็นตำรวจ..มิน่า”
       “อ๋อ ไม่ใช่เพราะเป็นตำรวจหรอกครับ ผมเพียงแต่ทนไม่ได้ที่คุณโดนกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรม”
       “เมื่อวานไม่ได้ขอบคุณ มัวแต่ตกใจกันไปหมด ขอบคุณด้วยนะคะ”
       “ครับ ที่จริงเราควรจะรู้จักกันตั้งนานแล้ว”
       “คะ”
       “คุณพ่อของผม คุณหลวงวิเศษ...”
       “อ๋อ...จริงหรือคะนี่ คุณลุงหลวงวิเศษไปที่บ้านบ่อยๆ”
       “ครับ คุณพ่อไปทานอาหารที่ร้านของคุณและมาแนะนำผม ทีแรกผมยังนึกว่าคุณเป็นน้องคุณฉัตต์”
       “น้องคุณฉัตต์ชื่อจริมาค่ะ เรียนอยู่อเมริกาค่ะ”
       “น้องสาวผม พิสินี เรียนอเมริกาเหมือนกัน รู้จักคุณจริมาด้วย”
       “ค่ะ”
       “บัว...น้องสาวผม สนิทกับคุณฉัตต์มากครับ”
       สีหน้ารุ้งเปลี่ยนไปนิด
       
       ฉัตต์เห็นปยุตพูดอีก 2-3 คำกับรุ้ง ไม่ได้ยินสองคนคุยกัน แต่ท่าทางยิ้มแย้มของรุ้งบาดหัวใจเขามาก แล้วปยุตจึงแยกขึ้นรถไป ส่วนรุ้งเดินต่อไปทางออกโรงพยาบาล
       
       ฉัตต์ยังคงจ้องมองรุ้งจนเดินลับตาไป

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        ด้านทอแสงรัศมี นอนหลับอยู่บนเก้าอี้ยาว ในห้องรับแขก ผ่องพารุ้งเดินเข้ามา รุ้งวางของที่ถือมาลงแถวนั้น แล้วเดินผ่านหญิงทอแสงขึ้นบันไดไป
       
       ฟากชายเดียวดึงปรอทวัดไข้มาดู “ไข้ลดแล้วค่ะ ท่านแม่ทมเยอะๆ นะคะวันนี้”
       “ชายกลับหอกี่โมง”
       “เย็นๆค่ะ อยู่กับท่านแม่ได้ทั้งวัน”
       “ขอบใจนะลูก” ท่านหญิงมองแล้วซาบซึ้งจัด อ้าแขนออกชายเดียวโน้มตัวลงให้ท่านหญิงกอดเต็มอ้อมแขน
       เสียงชายเดียวครั้งที่โต้เถียงกันเรื่องไม่ไปเรียนต่อเมืองนอกดังขึ้น
       “ชายไม่ไปเรียนเมืองนอก”
       “ไม่ได้ ท่านพ่อทรงสั่งไว้”
       “ชายขอขัดรับสั่ง ชายไม่ไป ชายไม่ทิ้งท่านแม่อยู่องค์เดียวเป็นอันขาด”
       ท่านหญิงนึกแล้วยิ่งตื้นตัน กอดชายเดียวแน่นเข้าไปอีก น้ำตาจางๆ
       “ลูกชายแม่...ลูกชายคนเดียวของแม่”
       “ชายรักท่านแม่ที่สุดในโลก” ชายเดียวถอยห่างออกมามองหน้าท่านหญิง “ท่านแม่ต้องอยู่กับชายไปอีกนานๆมากๆ ชายจะดูแลท่านแม่ให้แข็งแรง ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ”
       ท่านหญิงยิ้มชื่นใจ ชายเดียวก้มลงจูบแก้มท่านหญิงอย่างนุ่มนวล
       ฝีนางเฟืองหมอบอยู่ที่พื้นในมุมมืด สีหน้าตื้นตันใจสุดๆ
       รุ้งเดินตามผ่องเข้ามาพอดี นางฝีร้ายหันขวับมามองเห็น สายตาเกรี้ยวกราดขึ้นทันควัน
       รุ้งมองจ้องภาพนั้น ใจอ่อนยวบเหมือนมีอะไรทำให้น้ำตาขึ้นมาเอ่อ
       “รุ้ง...รุ้งมาหรือ”
       รุ้งเข้าไปกราบลงข้างๆ กายท่านหญิง “หม่อมฉันมังคะ” เงยหน้าเห็นน้ำตายังจางๆ
       ชายเดียวเพ่งมองพิศวง
       “มายังไง”
       “ป้าผ่องโทร.บอกมังคะ”
       “ผ่อง...ทำไมต้องไปรบกวนรุ้ง..เขาต้องฝึกงาน”
       “เสร็จพอดีมังคะ”
       “ต้องไปดูร้านอีก”
       “แม่จันทร์อยู่มังคะวันนี้...แม่จันทร์อยู่ดีกว่าหม่อมฉัน” รุ้งยิ้มแย้มแจ่มใส
       สีหน้านางเฟือง เครียด ดุดันขึ้นมาอีก
       “ขอบใจมาก” ท่านหญิงบอก
       
       ชายเดียวนั่งท่องหนังสืออยู่ตรงมุมห้อง ท่านหญิงนอนหลับตา รุ้งจัดของบนโต๊ะที่วางเครื่องใช้ของคนเจ็บ
       ผ่องเข้ามากระซิบ “คุณรุ้ง พี่สาลี่ขอให้คุณรุ้งไปที่ครัวได้มั้ยคะ”
       สักครู่ผ่องพารุ้งลงบันได ทอแสงรัศมีนอนเปลี่ยนท่า แต่หลับไม่รู้เรื่องเล้ย ท่านอนดูตลกๆนิดๆ
       
       รุ้งมาที่ครัวแล้ว สาลี่กับพิกุลยังมีร่องรอยที่ถูกเฟืองทำร้ายให้เห็น
       “แม่คุณ...ทำไมสวยงามอย่างนี้” สาลี่เอ่ยขึ้น
       “อุ๊ย..” รุ้งยิ้มเขิน “ยายสาลี่จะให้หนูทำอะไรหรือคะ”
       “อะไรที่ท่านหญิงโปรดเสวย อะไรที่คุณชายชอบรับประทาน สอนยายให้หมดนะคะ” สาลี่ว่า
       “งั้นหนูต้องมาทุกวันถึงปีหน้าแล้วล่ะค่ะ”
       คนในครัวที่ล้อมวงฟังหน้าสลอน หัวเราะกันเบาๆ สนนั่งห่างออกไปพลอยหัวเราะด้วย
       “เอาของสมัยใหม่ๆ หน่อยสิคะคุณรุ้ง เออ...อาหารฝรั่งก็ได้” พิกุลว่า
       “หนูทำไม่เป็นค่ะ ทำเป็นแค่อาหารโบราณ” รุ้งบอก
       “เออ...ทำไมคุณรุ้งทำอาหารโบราณเก่งล่ะคะ...คุณจันทร์สอนเหรอคะ” สาลี่ถาม
       “ค่ะ แม่ทำเก่งค่ะ บางอย่างหนูยังไม่รู้จัก อย่างขนมบุหลันดั้นเมฆที่จะทำคราวที่แล้ว”
       สาลี่มองรุ้งอย่างพินิจพิเคราะห์ หน้าออกสงสัยเล็กๆ
       ไม่นานต่อมารุ้งเดินมาตามทางช้าๆ เหมือนถูกสะกด
       ส่วนสาลี่ พิกุล ผ่อง ละมัย และสนอยู่ที่ครัวกันหมด
       “ฉันจะหยิบให้ดู” สาลี่หยิบยันต์จากเชี่ยนหมาก “นี่ไง เขาว่าขลังนัก พกติดตัวผีตัวไหนๆก็ไม่กล้า ที่นี้ล่ะ...นังเฟืองเอ๊ย”
       ทุกคนรุมอยู่ที่สาลี่หยิบยันต์ไปดู
       “อ้าว...คุณรุ้งหายไปไหน” ผ่องลุกขึ้น “ขึ้นตำหนักแล้วมั้ง ฉันไปก่อนนะ”
       
       ผ่องเดินกลับไปที่ตำหนักใหญ่

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        เวลานั้นปีศาจนางเฟือง นั่งยองๆ หันหลังอยู่ตรงทางที่รุ้งเดินมาซึ่งตรงนั้นเป็นที่รกๆ นางผีร้ายหันขวับมาจ้องมองรุ้งที่กำลังเดินมาอย่างเกลียดชัง
       
       “นังบุหลัน มึงไม่ตาย เหนียวจริงนะมึง หนอย อุตส่าห์รอดตายไปมีผัว มีลูก ชะ...ส่งลูกสาวมารังควานท่านหญิงของกูถึงวังท่าน ท่านทรงเกลียดมึง...กูก็เกลียดมึง...ทำมึงไม่ได้ ลูกสาวมึงก็ต้องรับกรรมแทนเถอะ”
       รุ้งตรงเข้าไป แล้วเห็นแต่หลังนางเฟือง และมีเสียง แชะ...แชะ...แชะ...และมีดลอยขึ้นมาและตวัดลงเหมือนคนกำลังตัดหญ้า รุ้งมองฉงนว่าใคร จนเดินเข้าไปใกล้
       “ป้าคะ”
       นางเฟืองหันหน้ากลับมา เป็นใบหน้าคนปกติยิ้มใจดี “คะ...คุณรุ้ง”
       “ป้ารู้จักหนูด้วยหรือคะ”
       “ลูกสาวบุหลันใช่มั้ยคะ”
       “อ๋อ..ไม่ใช่ค่ะ แม่หนูชื่อจันทร์ค่ะ ไม่ใช่บุหลัน ป้าจำผิดแล้วค่ะ”
       “ไม่ผิด...ลูกบุหลัน” นางเฟืองบอก
       “บุหลันเป็น...ใครหรือคะ” รุ้งงง
       สีหน้านางเฟืองค่อยๆแข็งกร้าวขึ้นด้วยอารมณ์เกลียดปะทุมาจากภายใน เสียงดังเปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ..
       “ป้าคะ...ป้าเป็นอะไร”
       แล้วฉับพลันนั้น นางผีร้ายก็ลุกขึ้นอย่างเร็ว
       ชายเดียวกับผ่องวิ่งมาด้วยกันมองไปเห็นพอดี
       ผ่องรู้ทันที “อย่า...” วิ่งพรวดไป
       ชายเดียวตามไปงงๆ “รุ้ง...”
       นางเฟืองอ้าแขนเข้าหารุ้ง ท่าทีประสงค์ร้ายเต็มๆ
       “อย่า...พี่เฟือง”
       ชายเดียวพุ่งเต็มแรง คว้าแขนรุ้งกระชากสุดแรงเกิด รุ้งถลาเข้าอ้อมกอดชายเดียว นางเฟืองวูบ เสียงดังแรง และหายตัวไปในทันที
       
       นางเฟืองหอบ เหนื่อยมากๆ จนแทบทุกอย่างในร่างกายจะแตกสลาย พลังที่สะสมไว้ สลายไปเรื่อยๆ บางส่วนของร่างกาย จางลงจนหายไป ....หายไป
       นางเฟืองพลิกร่าง ดิ้นไปมา สักครู่ ร่างก็จางหายไปจนหมด
       
       ด้านทอแสงรัศมีขยับตัวเปลี่ยนท่า แล้วลืมตา ชายเดียวอุ้มรุ้งเข้ามา หญิงทอแสงลุกพรวด จ้องมอง อารมณ์ขึ้นมาเป็นริ้วๆ ชายเดียวมาจนใกล้
       หญิงทอแสงโยนตัวขึ้นอย่างแรง “อีกแล้ว...อุ้มกันอีกแล้ว” พร้อมกับดึงตัวรุ้งอย่างแรง จนรุ้งหล่นจากตัวชายเดียว แม้ชายเดียวจะยื้อไว้ก็ทานแรงหึงหวงไม่ได้ ร่างรุ้งกระแทกพื้นอย่างแรง
       “ตายแล้ว คุณหญิง” ผ่องตกใจมาก รีบเข้าไปประคองรุ้ง
       หญิงทอแสงผลักผ่องอย่างแรง “แกอย่ายุ่ง นังผ่อง”
       ผ่องสู้..ไม่ยอม “อย่านะคะคุณหญิง อย่าทำคุณรุ้งนะ...”
       “จะทำ”
       “คุณหญิงไม่มีสิทธิ์จะทำร้ายคน ไม่อย่างนั้นอิฉันจะฟ้องตำรวจ” ผ่องเถียง
       “แก....อีผ่อง”
       ผ่องสุดทนแล้ว “ท่านหญิงยังไม่เคยรับสั่งเรียกอีผ่องหรือนังผ่อง คุณหญิงเรียกอิฉันอีก อิฉันจะเรียกอีหญิง”
       ทอแสงรัศมีกรี๊ด โผเข้าหาผ่อง แต่ถูกชายเดียวจับแขนลากออกไปในทันที
       
       ชายเดียวลากหญิงทอแสงมา แต่ทอแสงดึงขืนตัวเองไว้
       “ไม่...ปล่อย...ปล่อยหญิง”
       ชายเดียวลากออกมาถึงประตูห้อง ทำท่าจะโยนออกไป “ถ้าไม่หยุดจะโยนออกไปเดี๋ยวนี้”
       ละมัยจะเดินขึ้นมา ชะงักกึก
       “พี่ชาย...ทำกับหญิงอย่างนี้เหรอ”
       “จะหยุดมั้ย”
       “ไม่...จะไปเอามันให้ตาย อีผ่อง อีรุ้ง”
       ชายเดียวลากต่อไป หญิงทอแสงดิ้นรน ละมัยกระเด้งตัวไปแอบดู
       “เป็นลูกชาติลูกตระกูล ทำตัวไม่เหมาะสมเลย”
       “ไม่ใช่คนเหรอ...คนนะ มีหัวใจเหมือนกัน”
       “คนอื่นเขาไม่มีงั้นสิ”
       “พี่ชาย...ทำกับหญิงขนาดนี้เลยเหรอ”
       “ใครไปทำอะไรเธอนะหญิงทอแสง”
       “พี่ชาย...เห็นคนอื่นดีกว่าหญิง”
       “เพราะเขาดีกว่าหญิงจริงๆ” ชายเดียวปล่อยแรงๆ ทอแสงรัศมีเซไปนั่งกับพื้น ชายเดียวเดินหนีเข้าห้องไป
       หญิงทอแสงหยุดไม่ได้กรี๊ดกร๊าด เพราะเห็นว่าชายเดียวไปแล้ว กรี๊ดไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงได้แต่คำรามในลำคอ
       
       “อีรุ้ง”
       
       อ่านต่อตอนที่ 11

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แค้นเสน่หา ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
แค้นเสน่หา ตอนที่ 13
แค้นเสน่หา ตอนที่ 11
แค้นเสน่หา ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 16 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นางเอกน่ารักสุดๆ พระเอกก็กวนดี
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระเอกกับผีอีเฟืองไร้เหตุผลเกินไป
ผีก็ว่าไปอย่างนึงเพราะไม่ได้รับการอบรม
แต่พระเอกร่ำเรียนถึงเมืองนอกแถมโตมาในครอบครัวที่ดี
ทำไมจิตใจต่ำ แสดงกริยาทรามทำตัวมีปมด้อยตั้งแต่เล็กจนโต
เออ... รู้แล้วว่ามันเป็นแค่ละครไม่ชอบก็อย่าดู
แค่อยากสะท้อนความคิดกลับไปให้ผู้สร้างรับรู้บ้างเท่านั้นเอง
ไม่ใช่สร้างอะไรมาก็ต้องนั่งอวยกันอย่างเดียว
เหมือนจะสนุก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำลังหนุก ชอบเรื่องนี้
รอลุ้นต่อไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบทุกคนเลย
anongnuch_999@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ชอบนายฉัตต์พฤติกรรมแย่มาก เว่อร์มากๆ
fan
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014